ก้าวสู่ทศวรรษที่ 4 งานพระนครคีรี 2570 ส่องสถิติสู่เสียงสะท้อนจริงจากคนเมืองเพชร และโจทย์ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
จังหวัดเพชรบุรีเริ่มเตรียมความพร้อมจัดงานประจำปีครั้งยิ่งใหญ่ พระนครคีรี – เมืองเพชร ครั้งที่ 40 ประจำปี 2570 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 14 มีนาคม 2570 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” ท่ามกลางคำยืนยันของฝ่ายบริหารที่เตรียมนำรายงานสถิติเชิงประจักษ์มาใช้ปรับปรุงพื้นที่และการจัดงานจริง สำหรับงานพระนครคีรี 2570 ครั้งนี้
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมพริบพรี ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี พร้อมด้วย นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ และ นายชัยพล ภูต้องลม รองผู้ว่าราชการจังหวัด ร่วมประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฯ เพื่อวางกรอบทิศทางทั้งการเทิดพระเกียรติบูรพมหากษัตริย์และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทว่าทันทีที่ข่าวการเคาะวันจัดงานเผยแพร่ออกไป เสียงสะท้อนสดๆ จากโลกออนไลน์ของชาวเมืองเพชรและนักท่องเที่ยวกลับดังขึ้นมาทันที ทั้งความตื่นเต้น ความประทับใจ รวมถึงประสบการณ์ตรงที่หลายคนพบเจอจากการจัดงานในครั้งที่ผ่านมา และเมื่อนำมาวางเทียบกับรายงานผลการจัดงานครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ของสำนักงานสถิติจังหวัดเพชรบุรี จะพบว่าข้อมูลทั้งสองฝั่งกำลังพูดถึงโจทย์คอขวดเดิมที่คนในพื้นที่ต้องเผชิญซ้ำๆ ทุกปีอย่างน่าทึ่ง
ตัวเลขสะพัด 1.5 พันล้านในงานพระนครคีรี 2570 กับปากท้องพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย

ในรายงานสถิติระบุว่า งานในปี 2569 สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในภาพรวมของจังหวัดราว 1,500 ล้านบาท ทว่าหากจำแนกเฉพาะรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและบริการภายในพื้นที่จัดงานโดยตรง 411.2 ล้านบาท จะพบว่ากว่าร้อยละ 91 หรือคิดเป็นมูลค่า 375 ล้านบาท มาจากยอดจำหน่ายยานพาหนะในโซนมอเตอร์โชว์
ในทางกลับกัน รายได้ของกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นกลับชะลอตัว ยอดจำหน่ายสินค้าชุมชนและ OTOP อยู่ที่ 3.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 7.5 ส่วนกิจกรรมจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรมบนเขาวังทำรายได้ 2.03 ล้านบาท ลดลงถึงร้อยละ 27.4 สอดรับกับเสียงตัดพ้อของชาวบ้านในโซเชียลที่สะท้อนว่า งานวัดและการละเล่นพื้นบ้านเริ่มหายไปจนกลายเป็นมหกรรมขายสินค้ากระแสหลัก ทำให้กลุ่มพ่อค้ารายย่อยและช่างฝีมือพื้นถิ่นตั้งความหวังว่า ผังงานครั้งที่ 40 จะช่วยเปิดทางให้สินค้าชุมชน อาหารพื้นบ้าน และงานสกุลช่างเมืองเพชร ได้อยู่ในจุดเด่นที่เข้าถึงสายตานักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น
แผงค้าเลนกลางหน้าเบญฯ ทางเดินงานพระนครคีรีที่อยากให้หายใจคล่อง
ประเด็นร้อนแรงที่สุดที่ทั้งผลสำรวจสถิติร้อยละ 16.8 และความคิดเห็นของประชาชนเรียกร้องตรงกันหนาแน่นที่สุด คือการขอให้ยกเลิกร้านค้าบริเวณถนนเลนกลาง ตั้งแต่แยกไฟแดงยาวไปถึงหน้าโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ
ชาวเมืองเพชรสะท้อนตรงกันว่า การตั้งแผงค้าตรงกลางถนนทำให้ทางเดินแคบ เกิดความแออัดจนแทบก้าวขาไม่ออก เสี่ยงต่ออันตรายหากเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมเสนอแนะทางออกอย่างสร้างสรรค์ว่า หากจำเป็นต้องมี ให้ขยับไปเริ่มตั้งร้านตั้งแต่ประตู 2 ของโรงเรียนเบญฯ ยาวไปทางเขาพนมขวดแทน เพราะช่วงถนนบริเวณนั้นกว้างกว่า หรือย้ายโซนร้านค้าไปไว้จุดอื่นเพื่อคืนพื้นที่ถนนคนเดินให้โล่ง ปลอดโปร่ง และเดินเที่ยวได้อย่างมีความสุข
การจัดระเบียบที่จอดรถและการจราจรรับงานพระนครคีรี 2570
ในมิติการอำนวยความสะดวก ที่ผ่านมาทางจังหวัดเพชรบุรีและฝ่ายจัดงานได้เตรียมความพร้อม โดยจัดสรรจุดจอดรถหลักรอบเมืองไว้ถึง 11 จุด รองรับรถยนต์ได้มากกว่า 1,000 คัน ทั้งในพื้นที่วัด สถานศึกษา หน่วยงานราชการ ไปจนถึงพื้นที่ของมณฑลทหารบกที่ 15 ขณะเดียวกันเมื่อมีเสียงสะท้อนจากสังคมออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี พร้อมด้วยเทศกิจและฝ่ายปกครอง ก็ได้ลงพื้นที่จัดระเบียบและป้องปรามทันที โดยเฉพาะการสั่งห้ามเรียกเก็บค่าจอดรถในพื้นที่สาธารณะโดยเด็ดขาด เช่น บริเวณหน้าโรงเรียนและย่านการค้าในตัวเมือง ซึ่งผลการประเมินของสำนักงานสถิติฯ ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวทำให้ปัญหาการเก็บค่าจอดรถในที่สาธารณะลดลงกว่าปีก่อนอย่างเห็นได้ชัด
ทว่าเมื่อเทียบกับขนาดของงานที่มีผู้ร่วมงานตลอดสิบวันมากกว่าแปดแสนคน และเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลถึงร้อยละ 36.5 จุดจอดทางการจึงเต็มลงอย่างรวดเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องพึ่งพาพื้นที่จอดรถของภาคเอกชนและชาวบ้านรอบนอก ซึ่งกลายเป็นที่มาของเสียงสะท้อนเรื่องการเดินไกล และบางจุดของเอกชนมีการเรียกเก็บค่าบริการสูงถึงคันละ 100 บาท สวนทางกับผลสำรวจที่ประชาชนมองว่าราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรมควรอยู่ที่จักรยานยนต์ 20 บาท และรถยนต์ 50 ถึง 60 บาท
ด้วยเหตุนี้ ประชาชนจึงเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์ให้จังหวัดต่อยอดการแก้ปัญหาในงานครั้งที่ 40 ด้วยการจัดระบบรถรับส่งหรือรถรางเวียนเชื่อมต่อระหว่างจุดจอดรถรอบนอกทั้ง 11 จุด เข้าสู่ประตูทางเข้างานตลอดคืน ควบคู่ไปกับการขอความร่วมมือควบคุมมาตรฐานราคาค่าจอดของเอกชน และการเพิ่มเจ้าหน้าที่คอยควบคุมสัญญาณไฟจราจรทั้งสี่ทิศ เพื่อลดปัญหาการจราจรสะสม
คนเที่ยว 8 แสนแต่ไม่ค้างคืน กับโจทย์น้ำดื่มฟรีและคิวรถรางบนเขาวัง
แม้สถิติผู้มาเที่ยวงานจะเติบโตต่อเนื่องจนแตะ 807,543 คน แต่ถึงร้อยละ 86.3 เป็นคนในจังหวัดเพชรบุรี และมีนักท่องเที่ยวต่างจังหวัดเพียงร้อยละ 13.7 สอดคล้องกับตัวเลขการใช้จ่ายค่าที่พักที่มีเพียงร้อยละ 2.3 ชี้ว่างานยังคงเป็นแบบไปกลับของคนท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน บนยอดเขาวังซึ่งมีผู้เดินเท้าขึ้นไปถึง 75,443 คน เสียงเรียกร้องอันดับต้นๆ คือเรื่องพื้นฐานอย่างจุดบริการน้ำดื่มฟรี การแก้ปัญหาคิวรถรางไฟฟ้าหรือเคเบิลคาร์ที่รอนาน การขอปรับเวลาจุดพลุให้เร็วขึ้นมาอยู่ที่ประมาณหนึ่งทุ่มตรง รวมถึงขอเพิ่มแสงไฟประดับบนยอดเขาอีกร้อยละ 30 ให้สว่างไสวสมกับเป็นพระนครคีรี นอกจากนี้ยังมีมุมมองน่าสนใจเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ โดยขอให้พิจารณาหยุดการนำลิงกังมาผูกไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อไล่ลิงเขา เพราะมองว่าเป็นภาพที่น่าเวทนา
เติมพลังดนตรีสมัยใหม่ และเปิดเวทีหนุนเยาวชนลูกหลานเมืองเพชร
ในมิติกิจกรรมบนเวที สอดคล้องกับแบบสำรวจที่คนเกือบครึ่งอยากให้มีคอนเสิร์ตและวงดนตรีชื่อดัง ชาวบ้านบนโซเชียลต่างเสนอชื่อศิลปินขวัญใจมหาชนมากมาย แต่เสียงที่ดังและอบอุ่นเป็นพิเศษ คือการเรียกร้องให้เปิดเวทีสนับสนุนศิลปินลูกหลานคนเพชรบุรีบ้าง เพื่อสะท้อนพลังของเยาวชนและสร้างความภาคภูมิใจให้คนในท้องถิ่น
การก้าวสู่งานพระนครคีรี – เมืองเพชร ครั้งที่ 40 ในเดือนมีนาคม 2570 จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่น่าจับตาของจังหวัดเพชรบุรี ในการนำข้อมูลเชิงสถิติที่จัดเก็บไว้ ร่วมกับเสียงสะท้อนจากพื้นที่ มาเป็นแนวทางบริหารจัดการจริง ทั้งการจัดระเบียบผังทางเดิน การดูแลโครงสร้างราคาที่เป็นธรรม และการเปิดพื้นที่สนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อยกระดับเทศกาลประวัติศาสตร์แห่งนี้ให้ตอบโจทย์ทั้งมิติวัฒนธรรม ความปลอดภัย และการกระจายประโยชน์สู่ชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน.
