ตำรวจ ปส. วิสามัญฯ ผู้ต้องสงสัย 2 ราย ยึดยาไอซ์ 500 กิโลกรัม ที่เขาย้อย เพชรบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) วิสามัญฆาตกรรมชายต้องสงสัย 2 ราย หลังเกิดเหตุยิงปะทะกันริมถนนเพชรเกษม บริเวณอำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี พร้อมยึดยาเสพติดประเภทไอซ์ได้ราว 500 กิโลกรัม ซึ่งเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือลงสู่ภาคใต้
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของวันที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขาย้อย ได้รับแจ้งเหตุการใช้อาวุธปืนระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) กับกลุ่มผู้ต้องสงสัย บริเวณข้างสะพานต่างระดับหนองชุมพล อำเภอเขาย้อย
ในที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 2 ราย อายุ 27 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี โดยรายแรกถูกยิงเสียชีวิตอยู่ข้างรถยนต์อเนกประสงค์ พร้อมอาวุธปืนพกสั้นตกอยู่ใกล้ตัว ส่วนรายที่สองพบเสียชีวิตห่างจากตัวรถออกไปประมาณ 30 เมตร พร้อมอาวุธปืนพกสั้นอีกหนึ่งกระบอก จากการตรวจค้นภายในตัวรถ เจ้าหน้าที่พบกล่องบรรจุยาไอซ์น้ำหนักรวมประมาณ 500 กิโลกรัม
เจ้าหน้าที่ระบุ “ยิงตอบโต้เพื่อป้องกันตัว”
พล.ต.ท.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และ พล.ต.ท.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ซึ่งร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ เปิดเผยว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นผลมาจากการติดตามด้านการข่าว หลังได้รับเบาะแสว่ามีเครือข่ายยาเสพติดเตรียมลำเลียงของกลางล็อตใหญ่จากพื้นที่ภาคเหนือผ่านลงสู่ภาคใต้
รายงานของตำรวจระบุว่า เมื่อรถยนต์ของกลุ่มเป้าหมายขับเข้ามาในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้นและสกัดจับ แต่ผู้ต้องสงสัยกลับเปิดฉากยิงใส่เจ้าหน้าที่ก่อนเพื่อเปิดทางหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องยิงตอบโต้ตามยุทธวิธีเพื่อระงับเหตุและป้องกันชีวิต ส่งผลให้ผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตทั้ง 2 ราย
ทั้งนี้ คดีดังกล่าวเข้าข่ายการเสียชีวิตระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ (วิสามัญฆาตกรรม) ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จะต้องมีพนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง แพทย์ และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เข้าร่วมตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุและร่วมชันสูตรพลิกศพ เพื่อดำเนินการไต่สวนชันสูตรพลิกศพตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ทางผ่านของยาเสพติดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
การสกัดกั้นยาไอซ์น้ำหนักถึงครึ่งตันในครั้งนี้ สะท้อนถึงเส้นทางลำเลียงยาเสพติดที่ยังคงมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องในประเทศไทย โดยข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ยาเสพติดสังเคราะห์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ระบุว่า ประเทศไทยยังคงถูกใช้เป็นทางผ่านหลักในการขนส่งสารสังเคราะห์ โดยเฉพาะยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งมีฐานการผลิตสำคัญในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำและรัฐฉานของเมียนมา ก่อนจะถูกส่งผ่านลงไปยังภาคใต้ของไทยเพื่อกระจายต่อไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น มาเลเซีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
