จาก “สำรับพื้นบ้าน” ถึง “สกุลช่างเมืองเพชร” เพชรบุรีกับพลังสร้างสรรค์ ปลุกมรดกล้ำค่าสู่วิถีชีวิตจริง
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม เมืองเก่าแก่อย่างเพชรบุรีกำลังเร่งหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรให้ “มรดกทางวัฒนธรรม” ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ไม่ได้เป็นเพียงของจัดแสดงในตู้กระจก แต่สามารถหล่อเลี้ยงปากท้องและเติมเต็มคุณค่าให้แก่คนในชุมชนได้จริงในโลกยุคใหม่
จากสำรับพื้นบ้านสู่เครื่องยนต์เศรษฐกิจยูเนสโก
หลังได้รับการรับรองจากยูเนสโกให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหาร (UNESCO City of Gastronomy) จังหวัดเพชรบุรีเดินหน้าใช้ “อาหารพื้นบ้าน” เป็นสะพานเชื่อมโยงคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่เม็ดเงินทางเศรษฐกิจ โดยนำความหลากหลายของวัตถุดิบอัตลักษณ์ท้องถิ่น ตั้งแต่น้ำตาลโตนด เกลือสมุทร ไปจนถึงพืชผักพื้นถิ่น มายก
ระดับเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
นางประทิน พูลนิล วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยผ่านรายการผู้ว่าฯ พบประชาชน ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จ.เพชรบุรี FM 95.75 MHz. ถึงหัวใจสำคัญของการทำงานในยุคนี้ว่า ไม่ใช่แค่การอนุรักษ์เพื่อเก็บรักษาไว้เฉย ๆ แต่คือการ “ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ให้เกิดประโยชน์ต่อรายได้และวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม” โดยเฉพาะการใช้อาหารพื้นถิ่นเป็นเครื่องมือกระจายรายได้สู่ชุมชนฐานราก
ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรม ให้เกิดประโยชน์ต่อรายได้และวิถีชีวิตจริงของชาวบ้านอย่างเป็นรูปธรรม
”ส่งต่อ “สกุลช่างเมืองเพชร” สู่งานดีไซน์ร่วมสมัย
ควบคู่ไปกับเรื่องปากท้อง อีกหนึ่งมรดกสำคัญคือการรักษา “สกุลช่างเมืองเพชร” ศิลปะชั้นสูงที่ขึ้นชื่อ ทั้งงานช่างสิบหมู่ งานปูนปั้น แกะสลักไม้ แทงหยวก และลายรดน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญทางจิตวิญญาณของเมือง

นางประทิน ระบุว่า ทางวัฒนธรรมจังหวัดได้ร่วมมือกับครูช่าง ศิลปินแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ พัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นดึงองค์ความรู้งานช่างเข้าสู่ห้องเรียน ถ่ายทอดทักษะสู่เด็กและเยาวชน พร้อมทั้งเปิดพื้นที่นิทรรศการและลานสร้างสรรค์ให้ศิลปินรุ่นใหม่ได้แสดงฝีมือร่วมสมัย เพื่อพิสูจน์ว่าเสน่ห์ของงานช่างโบราณสามารถอยู่ร่วมกับการออกแบบและวิถีชีวิตในยุคปัจจุบันได้
เสน่ห์ที่เด่นชัดของเพชรบุรีประการหนึ่ง คือความแนบแน่นระหว่างผู้คนกับรากเหง้าดั้งเดิม ดังเสียงสะท้อนในรายการที่ชี้ให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นงานบุญประเพณี การแก้ปัญหา หรือการขับเคลื่อนเมือง มิติของ “วัด ชุมชน เกษตร และวัฒนธรรม” ล้วนเป็นเรื่องเดียวกันที่แทบแยกออกจากกันไม่ได้ ศาลาวัดยังคงเป็นพื้นที่กลางที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปี จังหวัดเพชรบุรียังเตรียมพร้อมจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสำคัญ ทั้งเทศกาลออกพรรษาและลอยกระทง ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนชุมชนคุณธรรมพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) และบูรณาการร่วมกับโครงการ “วัด ประชา รัฐ สร้างสุข” เพื่อดูแลทั้งมิติด้านจิตใจและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชน

ก้าวย่างของเพชรบุรีในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงการจัดงานตามปฏิทินประเพณี แต่คือพลังสร้างสรรค์ในการปลุกชีวิตมรดกทางวัฒนธรรม ให้กลับมามีลมหายใจและเติบโตเคียงข้างผู้คนในวิถีชีวิตจริงได้อย่างยั่งยืน.
