นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง กางแผนผังทางน้ำ เตือนจับตา “คลอง D9” คาดระดับน้ำสูงขึ้น
เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 นางนฤมล กิจพ่วงสุวรรณ นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง ได้โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์สื่อสารถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ภายใต้หัวข้อ “มารู้จักทางน้ำบ้านเรากัน” เพื่อชี้แจงภาพรวมสถานการณ์น้ำท่ายาง เส้นทางการระบายน้ำ และแผนการรับมือระยะยาวของเทศบาลตำบลท่ายาง หลังประชาชนแสดงความห่วงกังวลต่อสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเพชรบุรีอย่างต่อเนื่อง
นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง ระบุว่า พื้นที่อำเภอท่ายางเป็นด่านหน้าสำคัญในการรับมวลน้ำจากต้นน้ำและ 3 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนแก่งกระจาน เขื่อนห้วยผาก และเขื่อนแม่ประจันต์ ก่อนที่มวลน้ำจะไหลมารวมกันที่เขื่อนเพชรและระบายลงสู่แม่น้ำเพชรบุรี หากท่ายางรับน้ำไม่ไหว มวลน้ำจะเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่อำเภอบ้านลาดและเขตอำเภอเมืองเพชรบุรีตามลำดับ ซึ่งจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในอดีต ทั้งในปี 2546, 2559 และ 2561 ล้วนเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นชัดเจนว่า การแก้ปัญหาน้ำท่วมจะรอให้น้ำมาแล้วค่อยแก้ไม่ได้ แต่ต้องวางระบบป้องกันและเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า
เกาะติดสถานการณ์น้ำท่ายาง :ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ สู่แนวเขื่อนป้องกันตลิ่ง 7 จุด
จากบทเรียนที่ผ่านมา เทศบาลตำบลท่ายางจึงวางแนวทางแก้ปัญหาในระยะยาว โดยประสานขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำเพชรบุรีในจุดเสี่ยง ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จในพื้นที่สำคัญ ได้แก่
- ท่าซิก
- ท่าขาม
- ท่าคอย
- ท่ายาง
- ท่าพุ่ง
- ท่ากระเทียม
- ไสค้าน
นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างเพิ่มเติมเกือบตลอดแนวพื้นที่ติดแม่น้ำเพชรบุรี โดยในปีงบประมาณ 2570 มีแผนจะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งต่อเนื่องจากบริเวณหลังวัดท่าคอยไปจนถึงศาลาท่าพุ่ง ซึ่งการสร้างเขื่อนในปัจจุบันไม่ได้ทำหน้าที่แค่ป้องกันน้ำกัดเซาะหรือบรรเทาน้ำท่วมเท่านั้น แต่ยังควบคู่ไปกับการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมน้ำ การจัดระเบียบพื้นที่ และป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะในอนาคต

จุดเฝ้าระวังสำคัญ: มวลน้ำผันลง “คลองระบายน้ำสาย D9”
สำหรับสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน คลองส่งน้ำสายหลัก (สาย 1, สาย 2 และสาย 3) ยังไม่ได้ระบายน้ำในปริมาณมาก โดยมวลน้ำส่วนใหญ่ถูกบริหารจัดการให้ผันลง “คลองระบายน้ำสาย D9” (บริเวณละหารบอน ตัดผ่านเขากระจิว และออกสู่ทะเลที่ปึกเตียน) เพื่อช่วยตัดยอดน้ำก่อนไหลเข้าสู่ตัวเมืองเพชรบุรี
อย่างไรก็ตาม จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในขณะนี้คือ คลอง D9 เนื่องจากบริเวณช่วงปลายคลองมีขนาดแคบกว่าช่วงต้นทาง หากมีการระบายน้ำในปริมาณมาก อาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่เกษตรกรรมและพืชไร่ของประชาชนริมคลองได้ โดยจากการประเมินสถานการณ์ คาดการณ์ว่าระดับน้ำในคลอง D9 จะปรับตัวสูงขึ้น
ทั้งนี้ เทศบาลตำบลท่ายางจะติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมและพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเตรียมความพร้อมรับมือ
อ้างอิง: ติดตามโพสต์และรายละเอียดต้นฉบับได้ที่ Facebook นายกเทศมนตรีตำบลท่ายาง


