ปมน้ำเสียหาดชะอำ: รมว.ทส. สั่งตรวจด่วน ผลเบื้องต้นน้ำทะเลยังปกติ เทศบาลฯ แจ้งความดำเนินคดี
ประเด็นร้อนกรณี น้ำเสียหาดชะอำ หลังโลกออนไลน์แชร์ภาพการลักลอบสูบน้ำเสียสีดำเข้มลงสู่ทะเลบริเวณชายหาดชะอำด้านทิศใต้ ล่าสุดนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการด่วนให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา น้ำเสียหาดชะอำ อย่างเร่งด่วน โดยผลตรวจภาคสนามเบื้องต้นระบุว่าคุณภาพน้ำยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานนันทนาการ ขณะที่เทศบาลเมืองชะอำเดินหน้าแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อผู้รับจ้างคู่ขนานกับการปรับทางพินัยอย่างเด็ดขาด
เบื้องหลังเหตุการณ์: ผู้รับเหมาสูบน้ำทิ้งโดยไม่แจ้งแผนงาน
จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 มีการเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอการสูบน้ำทิ้งลักษณะสีดำข้นลงสู่ทะเลโดยตรงบริเวณจุดกางเต็นท์ชายหาดชะอำใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ สร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน ผู้ประกอบการในพื้นที่ และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เกี่ยวกับผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศทางทะเล ตลอดจนภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยวระดับประเทศ
ต่อมา ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ส่งเจ้าหน้าที่สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (สทช.3) และศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน (ศวทบ.) ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับเทศบาลเมืองชะอำ และองค์การจัดการน้ำเสีย พบข้อเท็จจริงว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่ผู้รับจ้างจากหน่วยงานภายนอก เข้าดำเนินการเปลี่ยนเครื่องสูบน้ำเสียของสถานีสูบน้ำเสีย โดยมีการติดตั้งปั๊มน้ำชั่วคราวและสูบระบายน้ำออกจากระบบโดยไม่ได้แจ้งแผนการดำเนินงานให้ผู้ควบคุมงานทราบล่วงหน้า
ภายหลังรับทราบเหตุ องค์การจัดการน้ำเสียได้สั่งให้ยุติการสูบระบายน้ำและหยุดการปฏิบัติงานทันที พร้อมเร่งจัดทำมาตรการและแผนบริหารจัดการน้ำเสียชั่วคราวให้ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลและสิ่งแวดล้อม ก่อนจะพิจารณาให้กลับเข้าดำเนินงานอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน ทางด้านเทศบาลเมืองชะอำได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กทางการ กล่าวขออภัยเป็นอย่างสูงต่อพี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด พร้อมเน้นย้ำว่าได้กำชับหน่วยงานผู้ว่าจ้างและผู้รับเหมาที่เข้ามาปฏิบัติงานในเขตพื้นที่ ให้ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ซ้ำอีกอย่างเด็ดขาด

เทศบาลเมืองชะอำ เดินหน้าฟัน 2 ทาง: คดีอาญาคู่ขนานปรับทางพินัย
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 16:57 น. นายยุทธพล อินมอญ ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ ได้รับมอบอำนาจจาก นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่น เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ. จักรกฤษ ขาวเงิน รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ชะอำ เพื่อแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีอาญา ในข้อหาก่อมลพิษและทำลายระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งอย่างร้ายแรงในพื้นที่สาธารณประโยชน์ พร้อมนำหลักฐานภาพถ่ายมอบให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีจนถึงที่สุด
นอกจากนี้ ปลัดเทศบาลเมืองชะอำ ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในกรณีนี้ทางเทศบาลฯ ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย 2 ส่วนคู่ขนานกันทันที ได้แก่
- คดีอาญา: ส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเอาผิดตามกฎหมายอาญา
- มาตรการปรับทางพินัย: เทศบาลเมืองชะอำใช้อำนาจตามหน้าที่ของ “เจ้าพนักงานท้องถิ่น” ดำเนินการเปรียบเทียบปรับทางพินัยต่อผู้กระทำความผิดตามระเบียบและกฎหมายท้องถิ่นควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เกิดการลงโทษอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

ผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล 3 สถานีตรวจวัด
สำหรับการตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลใน 3 สถานีหลัก ได้แก่ หาดชะอำเหนือ หาดชะอำกลาง และหาดชะอำใต้
ผลการตรวจวัดทางกายภาพและเคมีภาคสนามเบื้องต้นพบว่า
- น้ำทะเลมีสีปกติ และไม่มีกลิ่นผิดปกติ
- ไม่พบสัตว์น้ำลอยหัวหรือสัตว์น้ำตายในบริเวณที่ตรวจสอบ
- อุณหภูมิน้ำทะเลตรวจวัดได้ระหว่าง 32.7 – 33.5 องศาเซลเซียส
- ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) อยู่ระหว่าง 8.15 – 8.19
- ค่าความเค็มของน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 19.5 – 27.7 ส่วนในพันส่วน (ppt)
- ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO) อยู่ระหว่าง 4.4 – 5.8 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล พ.ศ. 2564 ประเภทที่ 4 เพื่อการนันทนาการ
- ไม่พบปรากฏการณ์การสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืช (Plankton Bloom) ในทุกสถานีตรวจวัด
อย่างไรก็ตาม นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ระบุเพิ่มเติมว่า แม้ผลตรวจวัดภาคสนามเบื้องต้นจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่ยังคงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและติดตามผลการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดและต่อเนื่อง เพื่อยืนยันความปลอดภัยทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนหาดชะอำม่ให้เกิดซ้ำรอย.


