เกษตรเพชรบุรีย้ำชาวนาเร่ง ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร กรอบ 15–60 วัน รักษาสิทธิ์เยียวยา
สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในพื้นที่ให้เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการรับสิทธิประโยชน์และมาตรการเยียวยากรณีเกิดภัยพิบัติจากภาครัฐ
นายวันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยผ่านรายการ “ผู้ว่าฯ พบประชาชน” ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเพชรบุรี (สวท.เพชรบุรี) F.M. 95.75 MHz ว่า การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรเป็นหน้าที่สำคัญที่เกษตรกรต้องดำเนินการทุกปีและทุกรอบที่ลงมือเพาะปลูก เพื่อให้ภาครัฐมีข้อมูลพื้นฐานในการวิเคราะห์สถานการณ์ตลาด การช่วยเหลือภัยพิบัติ ตลอดจนใช้เป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ร่วมกับหน่วยงานอื่น เช่น โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐของกระทรวงการคลัง
กำหนดเวลาและช่องทาง ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ข้าวอายุ 40 วัน
สำหรับสถานการณ์การทำนาข้าวในพื้นที่เพชรบุรีขณะนี้ ต้นข้าวส่วนใหญ่มีอายุประมาณ 40 วัน ซึ่งอยู่ในช่วงเวลาสำคัญตามเกณฑ์ที่ระเบียบกำหนดไว้ คือ เกษตรกรทั้งรายเดิมและรายใหม่จะต้องแจ้งขึ้นทะเบียนหลังจากหว่านข้าวไปแล้วเกิน 15 วัน แต่ต้องไม่เกิน 60 วัน
ในส่วนของช่องทางการยื่นข้อมูล เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
- ติดต่อยื่นเอกสารที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่งในพื้นที่
- ประสานงานผ่านผู้นำท้องที่ เช่น กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน
- เกษตรกรรายเดิมที่เคยมีประวัติอยู่ในระบบแล้ว สามารถให้ลูกหลานช่วยดำเนินการปรับปรุงข้อมูลแปลงปลูกผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook ได้อย่างสะดวก
คุมเข้มประชาคมหมู่บ้านหลัง ปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร สกัดสวมสิทธิ์เงินเยียวยา
นายวันชัย ระบุเพิ่มเติมว่า หลังจากเกษตรกรยื่นข้อมูลแล้ว ขั้นตอนยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากจะต้องผ่านกระบวนการจัดเวทีทำประชาคมระดับหมู่บ้านและตำบล โดยมีเจ้าหน้าที่เกษตรและคณะกรรมการในพื้นที่ร่วมตรวจสอบว่ามีการเพาะปลูกจริงตามแปลงที่แจ้งไว้หรือไม่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์

การลงพื้นที่ติดตามการจัดเวทีประชาคมจริงอย่างต่อเนื่อง เช่น ในพื้นที่ตำบลบางเค็ม และตำบลหนองชุมพลเหนือ อำเภอเขาย้อย ช่วยให้กระบวนการรับรองข้อมูลเป็นไปตามระเบียบอย่างรัดกุม เกษตรกรในชุมชนจะร่วมตรวจสอบรายชื่อและยืนยันแปลงปลูกร่วมกันอย่างโปร่งใส

ทั้งนี้ ฐานข้อมูลดังกล่าวจะถูกเชื่อมโยงเป็นระบบร่วมกันถึง 4 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมที่ดิน กรมการปกครอง และระบบข้อมูลด้านภัยพิบัติ รวมถึงเชื่อมกับบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อความพร้อมในการจัดสรรเงินช่วยเหลือเยียวยาถึงมือเกษตรกรได้อย่างถูกต้องและโปร่งใส.
ภาพ:สำนักงานเกษตรจังหวัดเพชรบุรี
