ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่สำรวจสัตว์น้ำหน้าดินและซากปลาที่ลอยเกยหาดใส่ตะกร้า บริเวณชายหาดบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี หลังเกิดปรากฏการณ์ น้ำเบียด ชะอำ และภาวะขาดออกซิเจนในน้ำ

น้ำเบียด ชะอำ ทำปลาน็อกน้ำเกยหาดบางเก่า ผลตรวจชี้ค่าออกซิเจนลดต่ำ หลังแพลงก์ตอนบลูม

นักวิจัยสถานีวิจัยย่อยชะอำ สถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา รายงานความคืบหน้าการติดตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทางทะเล บริเวณชายหาดตำบลบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 22 ต.ค. 2569 ตรวจพบปรากฏการณ์ น้ำเบียด ชะอำ ส่งผลให้สัตว์น้ำหน้าดินเริ่มมีอาการน็อกน้ำและลอยตัวเข้าหาชายฝั่งเป็นจำนวนมาก

💡 3 ข้อควรรู้จากเหตุการณ์นี้
• ปลาน็อกน้ำกินได้ไหม? — นำไปปรุงอาหารได้หากยังสด เพราะปลาไม่ได้ตายจากสารพิษ แต่เกิดจากอาการขาดอากาศหายใจ
• ทำไมปลาหน้าดินลอยขึ้นมาก่อน? — เพราะออกซิเจนบริเวณพื้นท้องทะเลลดลงต่ำสุด สัตว์หน้าดินอย่างปลาลิ้นหมาจึงต้องลอยหัวขึ้นมาหาอากาศ
• นักท่องเที่ยวยังเล่นน้ำได้ไหม? — ยังไม่มีคำสั่งห้ามลงเล่นน้ำ แต่แนะนำให้สังเกตอาการ หากมีอาการระคายเคืองผิวให้รีบล้างตัวด้วยน้ำสะอาดทันที

สถานการณ์ “น้ำเบียด ชะอำ” พลอยกระทบสัตว์น้ำหน้าดินเกยหาดบางเก่า

จากการลงพื้นที่สำรวจของเจ้าหน้าที่ พบสัตว์น้ำหน้าดินลอยเข้าหาฝั่งหลายชนิด โดยมี ปลาลิ้นหมา เป็นชนิดเด่น ร่วมกับปลาแป้น ปลากระเบน ฉลามทราย ปลากดทะเล กุ้งทะเล และปลาเขือ

ปลาลิ้นหมาและสัตว์น้ำหน้าดินลอยติดอวนเกยหาดบางเก่า อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จากปรากฏการณ์ น้ำเบียด ชะอำ
สภาพสัตว์น้ำหน้าดิน โดยเฉพาะปลาลิ้นหมา เกิดอาการน็อกน้ำและลอยเข้าหาฝั่งติดอวนชาวบ้านบริเวณหาดบางเก่า อ.ชะอำ

ตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลชะอำ พบค่าออกซิเจนลดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้นเมื่อเวลา 08.25 น. แสดงค่าดัชนีสำคัญ ดังนี้

พารามิเตอร์คุณภาพน้ำค่าที่ตรวจวัดได้เกณฑ์มาตรฐานทั่วไป
ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ (DO)3.7 มก./ลิตร≥ 4.0 มก./ลิตร (สัตว์น้ำต้องการ)
อุณหภูมิน้ำ30.5 °C–
ความเค็ม27 PSU–
แพลงก์ตอนพืชชนิดเด่นกลุ่มไดอะตอม (Chaetoceros sp.)–

(หมายเหตุ: ตรวจพบแพลงก์ตอนชนิดอื่นร่วมด้วย ได้แก่ Noctiluca sp., Thalassionema sp. และ Skeletonema sp.)

ปรากฏการณ์ น้ำเบียด ชะอำ-ภาพส่องกล้องจุลทรรศน์กลุ่มไดอะตอม Chaetoceros sp. ชนิดเด่นที่พบในน้ำทะเลชะอำ
ภาพจากกล้องจุลทรรศน์แสดงกลุ่มไดอะตอม ชนิด Chaetoceros sp. ที่พบเป็นชนิดเด่นในตัวอย่างน้ำทะเลชายหาดชะอำ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 2569

นักวิจัยชี้สาเหตุ “น้ำเบียด ชะอำ” ผลพวงสืบเนื่องจากแพลงก์ตอนบลูม

นักวิจัยอธิบายกลไกทางวิทยาศาสตร์ว่า ปรากฏการณ์ปลาน็อกน้ำเกิดจากสารอาหารในมวลน้ำสูงจนเกิดการสะพรั่งของแพลงก์ตอน (บลูม) เมื่อแพลงก์ตอนตายลง จุลินทรีย์จะเข้ามาทำการย่อยสลายซากและดึงออกซิเจนในมวลน้ำไปใช้เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ค่า DO ดิ่งลงสู่ภาวะพร่องออกซิเจน (Hypoxia) จนทำให้สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นท้องน้ำขาดอากาศหายใจและต้องลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ

cha-am-red-tide-water-discoloration ปรากฏการณ์ น้ำเบียด ชะอำ-
สภาพน้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแกมแดงบริเวณแนวโขดหินชายหาดชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

เหตุการณ์นี้เป็นผลกระทบสืบเนื่องโดยตรง หลังจากเมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมา สถานีวิจัยย่อยชะอำเพิ่งตรวจพบปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแกมแดงจากแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Tripos furca ก่อนที่ซากแพลงก์ตอนจะเริ่มย่อยสลายและส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำและสิ่งมีชีวิตหน้าดินในเวลาต่อมา

ข้อแนะนำนักท่องเที่ยวและการเฝ้าระวังแนวชายหาดชะอำ

สำหรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ข้อมูลการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องงดการลงเล่นน้ำ อย่างไรก็ตาม ขอให้นักท่องเที่ยวและประชาชนติดตามประกาศและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยสถานีวิจัยย่อยชะอำจะเร่งติดตามทิศทางการเคลื่อนตัวของมวลน้ำ องค์ประกอบของแพลงก์ตอน และคุณภาพน้ำทะเลอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนต่อไป.

บทความยอดนิยม

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง