โครงการเสริมบานระบายน้ำล้น สปิลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรี

สองมุมมอง ‘บานพับสปิลเวย์’ แก่งกระจาน ชั่งน้ำหนัก ‘น้ำต้นทุน’ กับ ‘ความเสี่ยงเขื่อนดิน’ ปลายฝนเพชรบุรี

รายงานพิเศษโดย : ทีมเฉพาะกิจเขาวังเดลี่

จากกรณีเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมออนไลน์ของจังหวัดเพชรบุรี หลังมีการตั้งคำถามถึงโครงการก่อสร้างบานระบายน้ำล้นแบบพับได้ (Spillway) เขื่อนแก่งกระจาน งบประมาณ 156 ล้านบาท ซึ่งดำเนินโครงการแล้วเสร็จและผ่านการตรวจรับงานแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการยกบานระบายเพื่อเริ่มการกักเก็บน้ำตามแผน

กระแสดังกล่าวทำให้เกิดการตั้งข้อสังเกตเรื่องความคุ้มค่าของงบประมาณและการเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยังไม่สามารถใช้งานได้จริง ท่ามกลางภาพการระบายน้ำออกจากอ่างอย่างต่อเนื่องวันละเกือบ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำซึ่งกำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะน้ำท่วมต่างตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดจึงไม่มีการยกบานระบายเพื่อชะลอการไหลของมวลน้ำหลากและเก็บกักไว้เป็นน้ำต้นทุนสำหรับการเพาะปลูกนาปรัง

เรื่องนี้ทำให้ นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) อดีตผู้อำนวยการโครงการชลประทานในพื้นที่ ต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมวิศวกรรมชลศาสตร์และเสถียรภาพเขื่อนดินอย่างละเอียด

อาคารระบายน้ำล้น (Spillway) เขื่อนแก่งกระจาน จุดติดตั้งบานระบายน้ำแบบพับได้สูง 1 เมตร ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน
อาคารระบายน้ำล้น (Spillway) เขื่อนแก่งกระจาน จุดติดตั้งบานระบายน้ำแบบพับได้สูง 1 เมตร ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงเรื่องการบริหารจัดการน้ำช่วงปลายฤดูฝน (ภาพ:โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา แก่งกระจาน)

ปมงบ 156 ล้าน สปิลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน กับข้อสังเกตเรื่องระบายน้ำทิ้ง

กระแสความไม่เข้าใจเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีข้อสงสัยว่า โครงการเสริมบานระบายน้ำล้นมูลค่า 156 ล้านบาทที่สร้างเสร็จแล้ว เหตุใดจึงยังไม่เริ่มทำหน้าที่กักเก็บน้ำตามที่มีการประชาสัมพันธ์ไว้ ประกอบกับชาวบ้านและเกษตรกรบางส่วนที่กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ท้ายน้ำ มองว่าหากมีการยกบานกักเก็บน้ำไว้ด้านบน จะช่วยหน่วงมวลน้ำไม่ให้ไหลลงมาซ้ำเติมพื้นที่ด้านล่างและพื้นที่ริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรีที่กำลังรับศึกน้ำทะเลหนุน

นอกจากนี้ ยังเกิดข้อถกเถียงว่าหากปล่อยให้น้ำระบายทิ้งลงทะเลไปเรื่อยๆ จนสิ้นสุดฤดูฝน อาจทำให้สูญเสียโอกาสในการสำรองน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้งที่คาดว่าจะยาวนาน

เสริมบานพับ 1 เมตร สปิลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน เพิ่มน้ำต้นทุนนาปรัง

ในข้อเท็จจริงทางเทคนิค โครงการดังกล่าวคือการติดตั้งบานพับระบายน้ำสูง 1 เมตร บนสันสปิลเวย์เดิม มีเป้าหมายเพื่อกักเก็บน้ำชั่วคราว (Temporary Retention) ในช่วงปลายฤดูฝน ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำต้นทุนได้ราว 53.06 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีกำหนดหน่วงน้ำไว้ระยะสั้นเพียง 15–20 วัน เพื่อสนับสนุนเกษตรกรเตรียมแปลงทำนาปรังและรักษาระบบนิเวศ ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับน้ำกลับเข้าสู่เกณฑ์เก็บกักปกติ

ความหวังต่อปริมาณน้ำส่วนเพิ่ม 53 ล้านลูกบาศก์เมตรนี้ ทำให้เกิดข้อซักถามถึงเกณฑ์ปฏิบัติที่ชัดเจนจากกรมชลประทานว่า ณ ปัจจุบันที่ระดับน้ำในเขื่อนเริ่มลดระดับลง (ข้อมูล ณ 17 ต.ค. อยู่ที่ 726.329 ล้าน ลบ.ม. หรือราว 101.60% ของความจุเก็บกักปกติ 710 ล้าน ลบ.ม.) จะต้องรอให้น้ำล้นเหลือระดับกี่เปอร์เซ็นต์จึงจะเริ่มยกบานกักเก็บ เพื่อไม่ให้เสียโอกาสการเก็บน้ำต้นทุน

กราฟแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานปี 2569 (เส้นสีแดง) ที่มีระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์เก็บกักปกติ 710 ล้านลูกบาศก์เมตรมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม
กราฟแสดงปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานปี 2569 (เส้นสีแดง) ที่มีระดับน้ำสูงเกินเกณฑ์เก็บกักปกติ 710 ล้านลูกบาศก์เมตรมาตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม

ชลศาสตร์และความเสี่ยง เมื่อเขื่อนดินต้องเผชิญปลายฤดูฝน

การตัดสินใจยกบานระบายเพื่อกักเก็บน้ำ ไม่สามารถมองเพียงตัวเลขปริมาณน้ำในอ่างเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องพิจารณาตามหลักวิศวกรรมและความปลอดภัยของตัวเขื่อนแก่งกระจานซึ่งเป็นโครงสร้าง “เขื่อนดิน” (Earthfill Dam)

ปัจจัยความปลอดภัย (Factor of Safety) ในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว

ในมุมมองวิศวกรรมโครงสร้าง การออกแบบตัวเขื่อนกับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมบนสปิลเวย์เป็นการดำเนินงานคนละช่วงเวลา อาคารสปิลเวย์ทำหน้าที่เป็น “ทางระบายน้ำฉุกเฉิน” เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นข้ามสันเขื่อนดิน (Embankment Overtopping) ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงสูงสุดที่จะกัดเซาะจนเขื่อนพังทลาย

การยกบานขึ้นเพื่อกั้นน้ำจะทำให้ระดับผิวน้ำเหนือฝายสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงดันน้ำสถิตและแรงดันน้ำในช่องว่างดินเพิ่มขึ้น และหากเกิดกรณีสุดวิสัย เช่น ฝนตกหนักฉับพลันระดับ 200 มิลลิเมตรในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หรือระบบไฮโดรลิกขัดข้องจนต้องเปิดบานฉับพลัน จะทำให้เกิดอัตราเร่งการระบายน้ำพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว (Sudden Increase in Outflow) และส่งคลื่นมวลน้ำมหาศาลซ้ำเติมตัวเมืองเพชรบุรีทันที

สถิติฝนชี้ชัด เพชรบุรียังไม่พ้นวิกฤตน้ำหลาก

แผนที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนของจังหวัดเพชรบุรี แสดงให้เห็นปริมาณฝนสะสมหนาแน่นที่สุดในเดือนตุลาคม (เฉดสีชมพู-ม่วง) และยังคงมีฝนต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน
แผนที่ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือนของจังหวัดเพชรบุรี แสดงให้เห็นปริมาณฝนสะสมหนาแน่นที่สุดในเดือนตุลาคม (เฉดสีชมพู-ม่วง) และยังคงมีฝนต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง ระบุผ่านการวิเคราะห์สถานการณ์ว่า ลุ่มน้ำเพชรบุรียังไม่สิ้นสุดฤดูมรสุม ข้อมูลสถิติอุทกวิทยาชี้ชัดว่า เพชรบุรีมีปริมาณฝนตกชุกและหนักที่สุดในเดือนตุลาคม และบางปียังเผชิญน้ำท่วมต่อเนื่องไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน

บทเรียนจากประวัติศาสตร์น้ำท่วมใหญ่ของจังหวัดเพชรบุรี ล้วนเกิดขึ้นในช่วงปลายฤดูฝนทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุทกภัยจากดีเปรสชัน 23W ปลายเดือนตุลาคม 2546, น้ำท่วมเมืองปลายเดือนตุลาคมถึงต้นพฤศจิกายน 2559 และปลายเดือนพฤศจิกายน 2560 จากพายุคีโรกี การรีบยกบานเพื่อบล็อกน้ำไว้ในขณะที่ยังมีโอกาสเกิดฝนตกหนัก จึงเป็นการตัดพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำหลากและเพิ่มความเสี่ยงให้แก่ชุมชนท้ายน้ำ

สรุป Reservoir Operation Rule ทางออกที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย

บทสรุปของการเสริมบานพับสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน จะเกิดประโยชน์สูงสุดได้ก็ต่อเมื่อใช้เพื่อ “การกักเก็บน้ำชั่วคราว” หลังจากผ่านพ้นช่วงมรสุมเสี่ยงที่สุดไปแล้วอย่างแท้จริง โดยต้องดำเนินงานภายใต้เกณฑ์ควบคุมการเดินระบบอ่างเก็บน้ำ (Reservoir Operation Rule) ที่สอดรับกับการคาดการณ์สภาพอากาศอย่างแม่นยำ

นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

การบริหารจัดการน้ำจึงต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบระหว่าง “การสะสมน้ำต้นทุนสำหรับฤดูแล้ง” กับ “การปกป้องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนชาวเพชรบุรีตลอดแนวลุ่มน้ำ” เพื่อไม่นำความเสี่ยงเข้าไปซ้ำเติมพื้นที่ท้ายน้ำโดยไม่จำเป็น.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: รายงานนี้เรียบเรียงและสรุปสาระสำคัญเชิงวิศวกรรมชลศาสตร์จากคำชี้แจงโดย นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) 👉 อ่านคำอธิบายฉบับเต็มเรื่อง “ไขข้อสงสัยการเสริมสปิลเวย์เขื่อนแก่งกระจาน” ผ่าน Facebook

บทความยอดนิยม

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง