เจ้าหน้าที่ชลประทานลงพื้นที่แจ้งเตือนชาวบ้านท้ายน้ำเขื่อนแก่งกระจานเตรียมรับมือน้ำล้นสปิลเวย์

เขื่อนแก่งกระจานแตะขั้นวิกฤติ 95% จ่อล้นสปิลเวย์เที่ยงคืนนี้ ทำเนียบฯ สั่งเฝ้าระวัง 4 อำเภอลุ่มน้ำเพชรบุรี

สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดถูกส่งตรงจากต้นน้ำเพชรบุรี หลังอ่างเก็บน้ำแก่งกระจานมีปริมาณน้ำสะสมแตะระดับ 94.99% จนปักธงแดงเข้าสู่เกณฑ์ “วิกฤติ” ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจานคาดการณ์ว่า มวลน้ำจะเริ่มไหลทะลักข้ามอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) ตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 29 กันยายน ล่าสุดรัฐบาลยกระดับเตือนภัย 4 อำเภอริมแม่น้ำเพชรบุรี ตั้งแต่แก่งกระจาน ท่ายาง บ้านลาด จนถึงอำเภอเมืองเพชรบุรี ให้เตรียมพร้อมรับมือภาวะน้ำล้นตลิ่งตลอดแนวลำน้ำ

📌 สรุปข้อมูลสถานการณ์น้ำเขื่อนแก่งกระจาน (28 ก.ย. 2569)

  • สถานที่: อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี (สำนักงานชลประทานที่ 14)
  • ความจุที่ระดับเก็บกัก: 710.00 ล้านลูกบาศก์เมตร (+99.00 ม.รทก.)
  • ปริมาณน้ำปัจจุบัน: 674.452 ล้านลูกบาศก์เมตร (94.99%)
  • สถานะการแจ้งเตือน: เกณฑ์วิกฤติ (ธงแดง)
  • ปริมาตรน้ำที่รองรับได้อีก: ประมาณ 35.548 ล้านลูกบาศก์เมตร (~5.01%)
  • คาดการณ์น้ำล้น Spillway: วันที่ 29 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 00.00 น.
  • พื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ: 4 อำเภอ (อ.แก่งกระจาน, อ.ท่ายาง, อ.บ้านลาด, อ.เมืองเพชรบุรี)

นับถอยหลังสู่เที่ยงคืน: ช่องว่างน้ำที่เหลือเพียง 5%

ข้อมูลจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน สำนักงานชลประทานที่ 14 ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 ระบุตัวเลขปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 674.452 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุเต็มพิกัด 710 ล้านลูกบาศก์เมตร (+99.00 ม.รทก.) หรือคิดเป็น 94.99%

ตัวเลขดังกล่าวหมายความว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดเพชรบุรีเหลือพื้นที่ว่างรองรับน้ำอีกเพียงราว 35.5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ผลพวงจากฝนที่ตกหนักสะสมในพื้นที่ป่าต้นน้ำตลอดช่วงวันที่ 23–27 กันยายน กำลังผลักดันระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ชลประทานประเมินว่า มวลน้ำจะเริ่มไหลทะลักข้ามสันทางระบายน้ำล้น (Spillway) ในเวลาประมาณ 00.00 น. ของคืนนี้

ปฏิบัติการต้นน้ำ: เตือนผู้ประกอบการ-ตัดไฟจุดเสี่ยง

นายเกริกศักดิ์ ลีนานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่บริเวณท้ายอาคารระบายน้ำล้น เพื่อเคาะประตูบ้านแจ้งเตือนประชาชนและผู้ประกอบการรีสอร์ต โฮมสเตย์ แคมป์ปิ้ง และร้านอาหารริมน้ำ ให้เร่งขนย้ายทรัพย์สินและอุปกรณ์ขึ้นที่สูง พร้อมทั้งประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สาขาแก่งกระจาน ในการสำรวจแนวเสาไฟและเตรียมตัดกระแสไฟฟ้าในจุดเสี่ยงน้ำท่วมถึงทันที เพื่อป้องกันอันตรายจากกระแสไฟฟ้ารั่ว

ฝ่ายวิศวกรรมยันโครงสร้างมั่นคง เร่งระบายน้ำวันละ 8.6 ล้าน ลบ.ม.

ต่อมาเวลา 11.20 น. จ.อ. อภิชาติ แก้วโกศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต 3 พร้อมด้วย นายจักรกฤษณ์ ผิวสุข หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม และนางสาวสุนทรี สมทบ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณอาคารระบายน้ำล้น (Spillway)

จากการตรวจสอบข้อมูลทางวิศวกรรมพบว่า ปัจจุบันเขื่อนแก่งกระจานมีระดับน้ำสูงกว่าเกณฑ์ควบคุมระดับน้ำสูงสุด (Upper Rule Curve: URC) อยู่ถึง 105.32 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีอัตราการระบายน้ำออก (Outflow) อยู่ที่ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือคิดเป็นประมาณ 8.640 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิศวกรรมยืนยันว่า โครงสร้างตัวเขื่อนแก่งกระจานยังคงมีความมั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย สามารถรองรับมวลน้ำได้ตามเกณฑ์วิศวกรรมที่กำหนด

สำนักงานชลประทานที่ 14

ทำไมจึง “ปิดกั้นน้ำ” ไม่ได้? รู้จักทางระบายน้ำล้น Uncontrolled Spillway

หนึ่งในข้อเท็จจริงสำคัญทางวิศวกรรมชลประทานคือ ทางระบายน้ำล้น (Spillway) ของอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน ถูกออกแบบโครงสร้างให้เป็น “แบบควบคุมไม่ได้” (Uncontrolled Spillway) ซึ่งหมายความว่าไม่มีบานประตูปิด-เปิดเหมือนเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่บางแห่ง

เมื่อระดับน้ำในอ่างเพิ่มสูงเกินกว่าระดับเก็บกัก (+99.00 ม.รทก.) ปริมาณน้ำส่วนเกินจะไหลล้นข้ามสันอาคารระบายน้ำล้นลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีโดยตรงตามแรงโน้มถ่วงธรรมชาติ โดยอัตราการไหลจะแปรผันตามปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้ามาเติมในอ่าง การลงพื้นที่แจ้งเตือนล่วงหน้าหลายชั่วโมงจึงเป็นมาตรการสำคัญที่สุดในการป้องกันความเสียหาย

เขื่อนแก่งกระจาน

รัฐบาลยกระดับเฝ้าระวัง 4 อำเภอ: โดมิโนน้ำหลากสู่ตัวเมือง

สถานการณ์น้ำหลากไม่ได้จำกัดผลกระทบอยู่เพียงพื้นที่รอบเขื่อน โดยศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย ณ ทำเนียบรัฐบาล ได้แถลงยกระดับพื้นที่เฝ้าระวังในจังหวัดเพชรบุรีอย่างเป็นทางการ ครอบคลุมเส้นทางไหลของมวลน้ำ 4 อำเภอ ได้แก่:

  • อำเภอแก่งกระจาน: พื้นที่รับผลกระทบระลอกแรกจากน้ำล้นสปิลเวย์และตลิ่งริมน้ำ
  • อำเภอท่ายาง: พื้นที่ตั้งของ “เขื่อนเพชร” ประตูด่านหน้าในการบริหารและจัดสรรน้ำ
  • อำเภอบ้านลาด: พื้นที่เกษตรกรรมและชุมชนลุ่มต่ำริมฝั่งแม่น้ำเพชรบุรี
  • อำเภอเมืองเพชรบุรี: ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ชุมชนหนาแน่น และจุดเสี่ยงน้ำท่วมขังหากระบายลงสู่ทะเลไม่ทัน
เขื่อนแก่งกระจาน

บททดสอบ “เขื่อนเพชร” และความมั่นคงของตัวเขื่อน

ความท้าทายหลักต่อจากนี้จะตกไปอยู่ที่การบริหารจัดการน้ำ ณ “เขื่อนเพชร” (อ.ท่ายาง) ซึ่งต้องทำหน้าที่หน่วงชะลอน้ำและผันน้ำส่วนหนึ่งเข้าสู่คลองส่งน้ำสายใหญ่ 4 สาย และคลองระบายน้ำ D9 เพื่อตัดทอนปริมาณน้ำไม่ให้ไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมชุมชนเมืองเพชรบุรีและอำเภอบ้านลาด ก่อนที่มวลน้ำจะไหลลงสู่อ่าวไทยที่อำเภอบ้านแหลมต่อไป

เจ้าหน้าที่ชลประทานลงพื้นที่แจ้งเตือนชาวบ้านท้ายน้ำเขื่อนแก่งกระจานเตรียมรับมือน้ำล้นสปิลเวย์

ทั้งนี้ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจานยืนยันว่า โครงสร้างตัวเขื่อนหลักยังคงมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยตามมาตรฐานวิศวกรรม โดยเจ้าหน้าที่ได้จัดเวรยามเฝ้าระวังติดตามระดับน้ำรวมถึงกลุ่มฝนต้นน้ำแบบรายชั่วโมงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน สำนักงานชลประทานที่ 14, ศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย ทำเนียบรัฐบาล


🚨 ช่องทางประสานงานและติดตามสถานการณ์:
ขอให้ประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำและจุดเสี่ยง ติดตามประกาศสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือหากต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถติดต่อผ่านสายด่วน ปภ. 1784 หรือสำนักงาน ปภ. จังหวัดเพชรบุรี โทร. 032-426230

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง