สรุปเสียงคนเพชรบุรีชี้จุดแก้ “ภัยแล้ง-ขุดลอกคลอง” สอดรับชลประทานเดินหน้าจัดทำ “ผังน้ำระดับตำบล” 8 อำเภอ 93 ตำบล

บทความโดยทีมข่าวเขาวังเดลี่

กลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างคึกคักในสังคมออนไลน์เพชรบุรี หลังเกิดคำถามถึงความคุ้มค่าและทิศทางการจัดสรรงบประมาณบริหารจัดการน้ำวงเงินกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งชาวบ้านและผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่จำนวนมาก ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นสะท้อน “ปัญหาจริง” และข้อเสนอเชิงเทคนิคไว้อย่างน่าสนใจ

1. เสียงสะท้อนชาวบ้าน: “เพชรบุรีไม่ได้ท่วมขังยาวนาน แต่กำลังแล้งหนัก”

ชาวเพชรบุรีจำนวนมากชี้ตรงกันว่า ปัญหาหลักในพื้นที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมาไม่ใช่แค่อุทกภัย แต่คือ “ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค” โดยมีเสียงเรียกร้องให้ผันน้ำไปยังพื้นที่แห้งแล้งซ้ำซาก เช่น บ้านไร่ใหม่พัฒนา, หนองโรง, สามพระยา และดอนมะกอก แทนการทำโครงการผันน้ำทิ้งลงทะเลเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเชิงโครงสร้างว่า ควรเน้นบำรุงรักษาของเดิมที่มีอยู่แล้ว เช่น การขุดลอกวัชพืชและตะกอนเลนในคลองชลประทาน, คลองระบายน้ำตามแนวพระราชดำริ (คลอง D), การเพิ่มความจุกักเก็บน้ำต้นน้ำที่ เขื่อนแก่งกระจานและเขื่อนห้วยผาก รวมถึงข้อเสนอเชิงวิศวกรรมชลประทานให้พิจารณาโครงการ Bypass ผันน้ำจากเหนือเขื่อนเพชรบุรีออกสู่ทะเลผ่านลำห้วยยาง เพื่อตัดยอดมวลน้ำก่อนเข้าเมือง เนื่องจากแม่น้ำเพชรบุรีมีความสามารถรองรับน้ำได้เพียงราว 150 ลบ.ม./วินาที หากปริมาณน้ำเกินกว่านั้นหรือมีน้ำทะเลหนุนสูง จะทะลักเข้าท่วมเขตเทศบาลเมืองและพื้นที่การเกษตรทันที

2. ภาครัฐขยับวางแผนย่อย “ระดับตำบล” ปักหมุดเพชรบุรี 8 อำเภอ 93 ตำบล

ในเวลาสอดคล้องกัน (4 ส.ค. 69) จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกับกรมชลประทาน ได้เปิดการประชุมปฐมนิเทศ “โครงการจัดทำแผนพัฒนาแหล่งน้ำระดับตำบลตามผังน้ำ กลุ่มพื้นที่ภาคใต้” ณ มสธ. เพชรบุรี โดยมี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน ร่วมกับผู้อำนวยการโครงการชลประทานเพชรบุรี และผู้นำชุมชนในพื้นที่
ข้อมูลแผนผังโครงการระบุว่า เพชรบุรีเป็นพื้นที่ศึกษาหลักในกลุ่มลุ่มน้ำเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุม 8 อำเภอ 93 ตำบล เพื่อเปลี่ยนจากการวางแผนภาพรวมระดับลุ่มน้ำใหญ่ มาเป็นการ “ลงลึกระดับพื้นที่ย่อย” ให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดเฉพาะพื้นที่จริง
ที่น่าสนใจคือ ในบอร์ดนิทรรศการของกรมชลประทานเองก็ได้ระบุถึงสาเหตุอุทกภัยว่า นอกจากปัจจัยธรรมชาติแล้ว “ปัจจัยจากมนุษย์” เช่น ถนนและสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำ รวมถึงท่อและคลองระบายน้ำไม่รองรับปริมาณน้ำ ถือเป็นต้นเหตุสำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับข้อร้องเรียนของชาวบ้านเรื่องท่อระบายน้ำและคลองตื้นเขินอย่างพอดี

3. จับตาการทำงานร่วม: ประชาชนเสนอ – ภาครัฐต้องนำไปบรรจุแผน

การที่ภาครัฐเริ่มขยับลงรายละเอียดระดับตำบล ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่สอดรับกับความต้องการของคนในพื้นที่ แต่โจทย์สำคัญหลังจากนี้คือ รายละเอียดโครงการจะถูกเปิดเผยอย่างโปร่งใส และนำเสียงสะท้อนเรื่องภัยแล้ง คลองตื้นเขิน ข้อเสนอการ Bypass น้ำ และจุดเดือดร้อนจริงของชาวบ้านไปบรรจุไว้ในแผนพัฒนาระดับตำบลได้มากน้อยเพียงใด

ซึ่งภาคประชาชนและ ทีมข่าวเขาวังเดลี่ จะร่วมกันเกาะติดและติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง