เจ้าของอาคารรุกหาดหัวหินจี้ชะลอรื้อถอน อ้างสู้คดีสิทธิ์ชุมชนดั้งเดิม เทศบาลยันเดินหน้า 25 ก.ย.
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ข้อพิพาทกรณีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำชายหาดหัวหินตลอดแนวถนนนเรศดำริห์ ตั้งแต่สะพานปลาถึงศาลเจ้าแม่ทับทิม มีความเคลื่อนไหวสำคัญจากทั้งสองฝ่าย โดยกลุ่มผู้ประกอบการและเจ้าของอาคารที่ได้รับผลกระทบได้รวมตัวยื่นหนังสือขอชะลอการรื้อถอน ขณะที่เทศบาลนครหัวหินยืนยันความพร้อมเดินหน้าดีเดย์ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด
เปิดปมสู้รอบใหม่: ยื่นศาลขอพิสูจน์สิทธิ์ชุมชนดั้งเดิม
นางนงเยาว์ ฮึกหาญ อายุ 73 ปี ตัวแทนเจ้าของอาคาร ระบุว่า การต่อสู้ในศาลปกครองสูงสุดที่ผ่านมาเป็นการต่อสู้เรื่องคำสั่งห้ามใช้อาคารและคำสั่งรื้อถอนตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ซึ่งศาลไม่ได้วินิจฉัยประเด็นสิทธิ์การอยู่อาศัยดั้งเดิมของชุมชน กลุ่มชาวบ้านจึงได้ใช้สิทธิยื่นฟ้องเป็นคดีใหม่ต่อศาลจังหวัดหัวหิน (ศาลยุติธรรม) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 เพื่อขอพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นชุมชนดั้งเดิม ซึ่งผ่านการพิจารณาของศาลชั้นต้นแล้ว และปัจจุบันคดีใหม่นี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของ “ศาลอุทธรณ์”
“เรายกเรื่องการอุทธรณ์ขอพิสูจน์สิทธิ์มาอ้างเพื่อขอให้ชะลอการรื้อถอน เทศบาลยึดคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด แต่ประเด็นที่เราขอพิสูจน์สิทธิ์ เทศบาลก็ต้องรับฟังด้วยเพราะเป็นกระบวนการศาลเหมือนกัน หากผลพิสูจน์ออกมาว่าเราไม่มีสิทธิ์ ค่อยมารื้อถอนก็ยังไม่สาย จะรีบร้อนไปทำไม ในการรื้อถอนควรตั้งคณะกรรมการมาสำรวจผลกระทบ จัดสรรที่ทำกินให้ใหม่ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่มีบ้านสำรอง” ตัวแทนชาวบ้านระบุ

วอนเปิดโต๊ะเจรจา ชะลอรื้อถอนอาคารรุกหาดหัวหิน แจ้งล่วงหน้า 7 วันกระชั้นชิดเกินไป
ด้าน นางสาวสุนทรี กุมภ์พระ อายุ 62 ปี หนึ่งในเจ้าของอาคาร เปิดเผยว่า ได้ยื่นหนังสือถึงเทศบาลนครหัวหินตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน เพื่อขอขยายเวลา เนื่องจากระยะเวลาแจ้งเตือนล่วงหน้าเพียง 7 วันถือว่ากระชั้นชิดเกินไปในการจัดการและขนย้ายทรัพย์สิน พร้อมเรียกร้องให้นายกเทศมนตรีนครหัวหินเปิดโต๊ะเจรจากับกลุ่มเจ้าของอาคารอย่างเร่งด่วนเพื่อหาทางออกร่วมกัน
เทียบข้อกฎหมาย: คำสั่งรื้อถอนถึงที่สุดแล้ว ขณะที่คดีพิสูจน์สิทธิ์เป็นคดีใหม่
จากการตรวจสอบกระบวนการทางกฎหมาย พบข้อเท็จจริงที่ต้องแยกออกจากกันเป็นสองส่วน: คำพิพากษาของศาลฎีกา (ปี 2557) และคำพิพากษายกฟ้องของศาลปกครองสูงสุดนั้น คดีถึงที่สุดแล้ว ส่งผลให้คำสั่งรื้อถอนตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย
ส่วนคดีพิสูจน์สิทธิ์ความเป็นชุมชนดั้งเดิมที่ชาวบ้านยื่นฟ้องใหม่ต่อศาลยุติธรรม เป็นการดำเนินคดีคนละประเด็น ซึ่งตราบใดที่ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวหรือมีคำสั่งระงับการบังคับคดี คำสั่งทางปกครองเดิมของเทศบาลนครหัวหินจึงยังคงมีผลผูกพันให้ดำเนินการได้
นายกเทศมนตรีระบุเดินหน้าตามกรอบ 120 วัน หากติดขัดพร้อมรายงานศาล
ด้าน นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีนครหัวหิน กล่าวว่า แผนการรื้อถอนอาคารเป้าหมาย 15 หลังแรกจะเริ่มต้นตามกำหนดเดิมในวันที่ 25 กันยายน 2569 โดยเทศบาลได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้าดำเนินการ กำหนดกรอบเวลาเบื้องต้น 120 วัน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพหน้างานจริง
ส่วนอาคารอีก 11 รายที่อยู่ในความรับผิดชอบด้านงบประมาณของกรมเจ้าท่า คาดว่าจะมีความล่าช้ากว่าเนื่องจากอยู่ระหว่างขั้นตอนเบิกจ่ายงบประมาณจากส่วนกลาง ซึ่งเทศบาลจะทำหนังสือประสานงานหารืออย่างเป็นทางการต่อไป

นายกเทศมนตรีนครหัวหินเน้นย้ำว่า การปฏิบัติการทั้งหมดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยจะชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และหากเกิดกรณีติดขัดหรือไม่สามารถดำเนินการรื้อถอนได้ เทศบาลจะรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอต่อศาลเพื่อพิจารณาตามกระบวนการต่อไป พร้อมเปิดเผยแนวคิดการพัฒนาพื้นที่หลังรื้อถอนว่าจะปรับเป็นทางขยายถนน จุดจอดรถ พื้นที่ออกกำลังกาย และลานกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยจะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนในลำดับถัดไป.
📌 อ่านย้อนหลัง: ปิดฉาก 23 ปี รื้อ 15 อาคารรุกหาดหัวหิน คืนพื้นที่สาธารณะ (Part 1)


