วิ่งเทรลแก่งกระจาน จากแนวคิด “Trail of Sound” สู่ข้อถกเถียงมรดกโลก และการถอยปรับรูทพะเนินทุ่งท่ามกลางเสียงค้าน
จากงานแถลงข่าวเปิดตัวด้วยแนวคิดชวนฟังเสียงธรรมชาติ สู่กระแสท้วงติงทางวิชาการและการเคลื่อนไหวคัดค้านของภาคประชาชน โครงการวิ่งเทรลการกุศล Wild Race Kaeng Krachan Trail ในผืนป่ามรดกโลกอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี กำลังกลายเป็นบททดสอบสำคัญระหว่างการท่องเที่ยวเชิงกีฬากับการคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์ชั้นใน
ย้อนรอยแถลงข่าว 25 ก.ย. ชู “Trail of Sound” ลดเสียงคน ฟังเสียงป่า
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สมาคมอุทยานแห่งชาติ ร่วมกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานเพชรบุรี และ INSPIRE RUNNER ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขันอย่างเป็นทางการ โดยมีนายพลกฤต พวงวลัยสิน ปลัดจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธาน
นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน พร้อมด้วยนายครรชิต ศรีนพวรรณ กรรมการสมาคมอุทยานแห่งชาติฯ และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันนำเสนอแนวคิด “Trail of Sound” โดยระบุว่าเป็นการวิ่งเพื่อเชื่อมโยงกีฬา การท่องเที่ยว และการตระหนักรู้คุณค่าธรรมชาติ
“Trail of Sound ไม่ใช่การนำเสียงเข้าไปในป่า แต่เป็นการลดเสียงของเรา เพื่อเปิดโอกาสให้เราได้ยินเสียงของธรรมชาติมากขึ้น” คือข้อความสำคัญที่ผู้จัดใช้สื่อสาร เพื่อมุ่งเน้นการสังเกตและเรียนรู้ระบบนิเวศ ผ่าน 4 ระยะทาง (5, 10, 23 และ 33 กม.) โดยมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 1 พ.ย. 2569 ณ หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ กจ.4 (บ้านกร่าง)
จากข้อมูลล่าสุดขณะนี้มีผู้สมัครเข้าร่วมแล้วกว่า 700 คน อย่างไรก็ดี แผนงานเดิมที่ผู้จัดกำหนดใช้เส้นทางระยะไกลที่สุด (33 กม.) วนลูปผ่านแนวป่าลึก “บ้านกร่าง–โป่งพรม–ห้วยคมกฤต” ได้จุดชนวนแรงต้านจากภาคประชาชนทันที
“หมอหม่อง” เปิดประเด็น 2 ต.ค. ชี้ “ไม่คุ้มเสีย ไม่ตรงพันธกิจ”
เมื่อวันที่ 2 ต.ค. หลังเพจผู้จัดเริ่มประชาสัมพันธ์กิจกรรม นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ “หมอหม่อง” นักอนุรักษ์ชื่อดัง ได้ออกมาแสดงจุดยืนท้วงติงผ่านสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว Rungsrit Kanjanavanit เป็นคนแรก ๆ โดยระบุชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากในอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะการเข้าไปในพื้นที่เปราะบางซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า และอยู่นอกเขตบริการ (Zoning) ตามแผนแม่บทของอุทยานฯ
“เป็นการไม่รักษามาตรฐานของการจัดการอุทยานที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ไม่คุ้มเสีย ไม่ตรงพันธกิจ วอนทางอุทยานฯ ยกเลิกกิจกรรมดังกล่าว” นพ.รังสฤษฎ์ ระบุ
กลุ่มคนรักช้างยื่นหนังสือค้าน สมาคมฯ ถอยปรับสู่ “พะเนินทุ่ง”
เสียงทักท้วงทางวิชาการได้จุดชนวนให้เครือข่ายอนุรักษ์ภาคประชาชนเริ่มเคลื่อนไหวอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อวันที่ 9 ต.ค. กลุ่ม “เพื่อช้างไทยและคนรักช้าง” ได้รวมตัวเดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านรอบแรกต่อกรมอุทยานฯ ส่งผลให้สมาคมอุทยานแห่งชาติฯ เรียกประชุมด่วน และประกาศยกเลิกเส้นทางคมกฤต โดยเปลี่ยนมาใช้แนวถนน “บ้านกร่าง ขึ้นสู่ยอดเขาพะเนินทุ่ง” (กม. 15 ถึง กม. 30–33) แทน
ด้าน นายพสิษฐ์ เอี่ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติแห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่คลิปแถลงการณ์ยืนยันเดินหน้าจัดงานในวันที่ 1 พ.ย. ตามเดิม โดยชี้แจงว่าเส้นทางบ้านกร่าง–พะเนินทุ่ง เป็นถนนโซนบริการที่มีรถยนต์สัญจรและมีกิจกรรมดูนกเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่กระทบสัตว์ป่าและปลอดภัยต่อนักวิ่ง ทั้งยังผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ (PAC) อย่างถูกต้องตามระเบียบ นอกจากนี้ รายได้จากการท่องเที่ยวยังช่วยสร้างเศรษฐกิจชุมชนรอบแนวเขตป่า ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการลักลอบตัดไม้ล่าสัตว์ในระยะยาว
พร้อมกันนี้ อุทยานฯ แก่งกระจาน ได้ปรับเลื่อนเวลาเปิดท่องเที่ยวเขาพะเนินทุ่งในวันที่ 1 พ.ย. จากปกติ 05.00 น. ไปเป็น 13.00 น. เพื่อแบ่งช่วงเวลาให้กิจกรรมวิ่งดำเนินไปในภาคเช้า
📌 รับชมคลิปแถลงการณ์: ฟังคำชี้แจงจาก นายพสิษฐ์ เอี่ยวพานิช นายกสมาคมอุทยานแห่งชาติแห่งประเทศไทย คลิกชมที่นี่
ตั้งข้อสังเกตปมเศรษฐกิจชุมชน “ถ้าอยากช่วยชาวบ้าน ควรจัดวิ่งรอบนอก”
ทว่าคำชี้แจงของสมาคมฯ กลับนำมาซึ่งข้อสังเกตระลอกใหม่ โดย นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ ได้แชร์คลิปแถลงการณ์ดังกล่าวพร้อมโพสต์ตั้งคำถาม ตอนหนึ่งถึงการอ้างเรื่องเศรษฐกิจชุมชนอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ถ้าอยากให้สนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนโดยรอบ จัดวิ่งรอบอุทยาน ผ่านชุมชนเลยครับ”
(ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เพิ่มเติม แต่ได้รับแจ้งว่า นพ.รังสฤษฎ์ อยู่ระหว่างเดินทางปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในต่างประเทศ)

ขณะที่ในช่วงเช้าวันที่ 15 ต.ค. ตัวแทนกลุ่มเพื่อช้างไทยและคนรักช้าง ได้เข้ายื่นหนังสือคัดค้านอีกครั้งที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงฯ รับฟังข้อกังวลของประชาชน และมอบหมายต่อให้นายนิพนธ์ จำนงสิริศักดิ์ รองปลัดกระทรวง ทส. พร้อมด้วยกองตรวจราชการ เป็นผู้แทนรับฟังข้อร้องเรียน ณ ห้องแถลงข่าว กระทรวง ทส.
กลุ่มคัดค้านแสดงความห่วงใยว่า พะเนินทุ่งคือหัวใจของผืนป่ามรดกโลกและเป็นทางหากินชุกชุมของสัตว์ป่า ทั้งเสือ กระทิง และช้าง การรวมตัวของคนนับพันคนอาจทำให้สัตว์ตื่นตกใจจนเปลี่ยนทิศทางการหากิน เสี่ยงเกิดปัญหาขยะ และอาจนำไปสู่อุบัติเหตุความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า (Human-Wildlife Conflict) ด้านนายนิพนธ์ยืนยันว่า กระทรวงฯ ให้ความสำคัญกับเสียงประชาชน และพร้อมพิจารณาทางเลือกอย่างรอบคอบเพื่อลดผลกระทบต่อผืนป่าและสัตว์ป่าให้เหลือน้อยที่สุด ควบคู่กับการรักษาคุณค่าความเป็นมรดกโลก
“ชัยวัฒน์” หนุนเปิดโต๊ะเคลียร์ 19 ต.ค. ดึงบทเรียนเขาใหญ่
ในช่วงค่ำวันเดียวกัน (15 ต.ค.) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ได้แพร่ภาพสดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าตนเข้าใจความห่วงใยของกลุ่มอนุรักษ์ และยืนยันว่าตน “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง” กับเส้นทางห้วยคมกฤตมาตั้งแต่ต้น

📌 ชมบันทึกภาพสด: ฟังคำชี้แจงและมุมมองเรื่องเส้นทางพะเนินทุ่งจาก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร คลิกชม Live ย้อนหลังที่นี่
นายชัยวัฒน์ย้อนความเป็นมาว่า ตนเป็นผู้สร้างหน่วยฯ คมกฤตขึ้นมาในอดีตเพื่อสกัดพรานล่าช้างเอางา ก่อนจะร่วมกับ น.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ อดีต สว. พัฒนาทุ่งหญ้าจนกลายเป็นแหล่งรวมของสัตว์กีบและสัตว์ผู้ล่าอย่างเสือโคร่ง เสือดาว เก้ง และกวาง
“เส้นทางคมกฤตเป็นพื้นที่ป่าปิด รถยนต์ไม่เคยวิ่ง คนทั่วไปไม่เคยเข้าไปสัญจร การนำนักวิ่งจำนวนมากเข้าไป สัตว์ป่าย่อมตื่นตระหนกและกระทบต่อระบบนิเวศอย่างไม่อาจเลี่ยงได้” นายชัยวัฒน์กล่าว
อย่างไรก็ดี สำหรับเส้นทางพะเนินทุ่ง นายชัยวัฒน์ให้ความเห็นว่าเป็นเส้นทางที่มีการสัญจรของเจ้าหน้าที่และเปิดให้นักท่องเที่ยวใช้เป็นปกติอยู่แล้ว ตนไม่ติดใจ แต่ควรมาคุยกัน พร้อมเปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 19 ต.ค. นี้ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สาขาเพชรบุรี), อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน, สมาคมฯ และตัวแทนกลุ่มผู้คัดค้าน เตรียมเปิดเวทีประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุป

นายชัยวัฒน์ ยังยกตัวอย่างงานวิ่ง Run for Life เส้นทางอ่างเก็บน้ำสายศร–ผากล้วยไม้ ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งจัดในวันเดียวกันแต่ไม่เกิดกระแสคัดค้านรุนแรง จึงมองว่าการวางมาตรการที่รัดกุมและการสื่อสารที่โปร่งใสคือหัวใจสำคัญ
“กลุ่มผู้คัดค้านกับคนทำงานอุทยานฯ แท้จริงแล้วคือคนเนื้อเดียวกัน มีหัวใจอนุรักษ์เหมือนกัน จึงควรหันหน้ามาคุยกันตรงกลางเพื่อหามาตรการที่รัดกุมที่สุด เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือการเดินหน้าปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพของผืนป่าแก่งกระจานร่วมกัน” นายชัยวัฒน์กล่าวสรุป
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าเส้นทางวิ่งจะถูกขีดลงบนแผนที่จุดใด สิ่งที่ประชาชนและเครือข่ายอนุรักษ์เฝ้ารอคำตอบ ไม่ใช่แค่ตัวเลขรายได้หรือความท้าทายของนักวิ่ง แต่คือคำมั่นสัญญาที่ชัดเจนว่า ผืนป่าแก่งกระจานและสัตว์ป่าทุกชีวิต จะยังคงได้รับความปลอดภัยและรักษาคุณค่ามรดกโลกไว้ได้อย่างสมบูรณ์.


