เพชรบุรีจัดทัพรับมือน้ำหลาก เร่งตัดยอดน้ำเขื่อนเพชรลงคลองระบาย D9 หวั่นกระทบประมงชายฝั่งโตนดน้อย
จังหวัดเพชรบุรี ผนึกกำลังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตลอดแนวลำน้ำเพชรบุรี เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกสะสมต่อเนื่อง ด้านโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี ปรับแผนตัดยอดน้ำจาก เขื่อนเพชร ลงสู่โครงข่ายคลองระบายน้ำ เพื่อลดแรงกดดันและป้องกันความเสี่ยง น้ำท่วมเพชรบุรี ในเขตเศรษฐกิจเมืองเพชรบุรี ขณะที่การเร่งผลักดันน้ำผ่านคลอง D9 เริ่มส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านบริเวณปากคลองบ้านโตนดน้อยจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวรุนแรง
ต้นน้ำ-กลางน้ำ: เขื่อนแก่งกระจานยังคุมได้ เขื่อนเพชรเร่งผันน้ำออกข้าง
ข้อมูลจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี สำนักงานชลประทานที่ 14 รายงานว่า เขื่อนแก่งกระจาน มีปริมาณน้ำสะสมอยู่ที่ 626 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราว 88% ของความจุเก็บกัก โดยยังคงระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีในอัตรา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์และห้วยผากยังมีปริมาณน้ำไม่มากนัก
เมื่อมวลน้ำหลากไหลมารวมกันที่ เขื่อนเพชร อำเภอท่ายาง อัตราการไหลรวมอยู่ที่ประมาณ 129 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายน้ำ ชลประทานจึงใช้แนวทาง “ตัดยอดน้ำ” โดยมีรายละเอียดการบริหารจัดการ ดังนี้
- ปล่อยลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีสายหลักเพียง 58.88 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
- ผันน้ำส่วนใหญ่ราว 70.32 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เข้าสู่ระบบคลองส่งน้ำสายใหญ่ทั้ง 4 สาย
การบริหารจัดการดังกล่าวส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีช่วงอำเภอท่ายางและอำเภอบ้านลาดยังต่ำกว่าตลิ่งกว่า 5 เมตร อยู่ในเกณฑ์ปกติ

กลางน้ำ-เขตเมือง: ติดตั้งเครื่องสูบน้ำสะพานจอมเกล้า เปิดศูนย์ 24 ชั่วโมง
ที่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี นายกิตติพงษ์ เทพพานิช นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบุรี ประชุมด่วนมอบหมายนโยบายรับมือน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วน:
- ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่บริเวณเชิงสะพานจอมเกล้า
- ตรวจสอบระบบสถานีสูบน้ำและประตูระบายน้ำตลอดแนวตลิ่งสองฝั่งแม่น้ำ
- เปิดศูนย์บริหารจัดการน้ำท่วมตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับเรื่องร้องทุกข์ทางสายด่วน 097-1591827
ขณะเดียวกัน เทศบาลตำบลท่ายางและเทศบาลตำบลบ้านลาด ได้จัดทีมเจ้าหน้าที่กรอกกระสอบทรายเสริมแนวกั้นน้ำ และประสานงานร่วมกับผู้นำชุมชนเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ปลายน้ำ: ผลกระทบข้ามพื้นที่ น้ำคลอง D9 ไหลเชี่ยว เรือประมงออกฝั่งไม่ได้
อย่างไรก็ตาม แผนการระบายน้ำเลี่ยงเขตเมืองเริ่มส่งผลต่อชุมชนปลายทาง โดยเฉพาะบริเวณ คลองระบายน้ำ D9 ตำบลหนองขนาน อำเภอเมืองเพชรบุรี ซึ่งมีการยกบานประตูระบายน้ำสูง 3 เมตร จำนวน 3 บาน เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่อ่าวไทย ส่งผลให้กระแสน้ำบริเวณปากคลองบ้านโตนดน้อย (หมู่ 12) ไหลเชี่ยวรุนแรง ทำให้กลุ่มชาวประมงพื้นบ้านไม่สามารถนำเรือเข้า-ออกจากฝั่งได้ตามปกติ
นายสนั่น สุขนิรัญ นายกเทศมนตรีตำบลหนองขนาน พร้อมด้วยนายศรันย์ เกตุทอง นายอำเภอเมืองเพชรบุรี และ สส.ธิวัลรัตน์ อังกินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี เขต 1 ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริงร่วมกับตัวแทนชาวบ้าน พร้อมประสานกรมชลประทานเร่งปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้เกิดความสมดุล เพื่อลดผลกระทบต่ออาชีพประมง ควบคู่ไปกับการนำรถแมคโครลงขุดลอกวัชพืชในคลอง D14 เพื่อเปิดทางระบายน้ำเพิ่มเติม
สรุปสถานการณ์และแนวโน้มสภาพอากาศจังหวัดเพชรบุรี
กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์ว่า พื้นที่จังหวัดเพชรบุรียังคงมีแนวโน้มฝนตกต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นเดือนกันยายน
ทางจังหวัดเพชรบุรีจึงกำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่ายาง อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองเพชรบุรี และอำเภอบ้านแหลม ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำให้ยกสิ่งของขึ้นที่สูง จัดเก็บเครื่องสูบน้ำและผลผลิตทางการเกษตร พร้อมติดตามประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด.
ขอบคุณภาพ: FB:เทศบาลเมืองเพชรบุรี,Nammon Thayang ,สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบุรี


