วัดเกาะโมเดล ทางออกขยะใบไม้ แปรรูปทำไบโอชาร์ ฟื้นดินสร้างรายได้
ภาพของเปลวไฟและกลุ่มควันสีเทาจากการเผาใบไม้รวมถึงเศษซากพืช เป็นปัญหาเรื้อรังที่อยู่คู่สังคมเกษตรกรรมไทยมาอย่างยาวนาน วิธีการนี้ไม่เพียงทำลายโครงสร้างดินและสิ่งมีชีวิตหน้าดิน แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่นควัน
ทว่า ที่สวนสุขสงบ วัดเกาะ ตำบลท่าราบ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มชุมชนร่วมกับภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคมและสมาพันธ์ SME เพชรบุรี กำลังพยายามพิสูจน์ว่า ปัญหาเศษซากอินทรีย์ไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการจุดไฟเผา ผ่านโครงการที่พวกเขาเรียกว่า “วัดเกาะโมเดล”

ถอดบทเรียน “วัดเกาะโมเดล” สู่เศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน
หัวใจของโมเดลนี้คือการนำแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาปรับใช้จริงในพื้นที่ โดยนำใบไม้แห้งและเศษวัสดุทางการเกษตรเข้าสู่กระบวนการผลิตที่ไม่สร้างมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นการเผาแบบควบคุมออกซิเจนเพื่อทำถ่านชีวภาพ หรือ “ไบโอชาร์” (Biochar) ซึ่งช่วยกักเก็บคาร์บอนลงดิน ตลอดจนการทำปุ๋ยหมักและการเพาะเลี้ยงไส้เดือน เพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูดินและเป็นวัสดุเพาะเห็ดสร้างผลผลิตใหม่
ณัศพงศ์ เพชรพันธ์ช่าง ประธานสมาพันธ์ SME เพชรบุรี ระบุว่าเป้าหมายสำคัญไม่ใช่แค่การกำจัดขยะ แต่คือการสร้างห่วงโซ่คุณค่าใหม่ โดยเริ่มจากใบไม้ แปรรูปสู่ไบโอชาร์และปุ๋ยหมัก นำไปใช้ในแปลงเกษตร จนนำไปสู่การสร้างรายได้และชุมชนที่เข้มแข็ง
สิ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ คือการดึงภาคส่วนที่หลากหลายมาร่วมมือกัน ตั้งแต่ผู้นำชุมชนและพระสงฆ์ในวัดเกาะ เครือข่ายสถาบันพระปกเกล้า สภาเมือง ภาคเอกชน และวิสาหกิจเพื่อสังคม ไปจนถึงสถาบันการเงินอย่างธนาคารออมสิน ที่เข้ามาร่วมศึกษาแนวทางสนับสนุนทุนต่อยอดอาชีพให้ชาวบ้าน
ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย สู่โมเดลต้นแบบ 8 อำเภอทั่วเพชรบุรี
ด้าน วันชัย นิลวงศ์ เกษตรจังหวัดเพชรบุรี มองว่า การขยายผลคือโจทย์สำคัญถัดไป โดยมีแผนผลักดันบทเรียนจากศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ให้กระจายองค์ความรู้ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ 93 ตำบลของจังหวัดเพชรบุรี เพื่อพิสูจน์ว่าทางออกระดับรากหญ้าสามารถเติบโตไปสู่การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจฐานรากในระดับภาพรวมได้อย่างแท้จริงและเป็นรูปธรรม

จากกิ่งไม้ข้างทาง สู่ “ไบโอชาร์” นวัตกรรมฟื้นดินของคนเมือง
ภาพคุ้นตาตามชุมชนเมืองคือเศษกิ่งไม้และใบไม้ที่ถูกตัดแต่งแล้วนำมากองทิ้งไว้ข้างถังขยะ รอวันเทศบาลมาเก็บไปฝังกลบ หรือปล่อยให้เน่าเปื่อยไปตามยถากรรม แต่ในมุมมองของเศรษฐกิจหมุนเวียน เศษซากอินทรีย์เหล่านี้กลับเป็น “วัตถุดิบชั้นดี” ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้มหาศาล
แทนที่จะปล่อยให้กลายเป็นขยะตกค้าง หรือถูกนำไปจุดไฟเผากลางแจ้งจนกลายเป็นฝุ่นควัน PM 2.5 การนำกิ่งไม้แห้งเข้าสู่กระบวนการ เผาไหม้แบบจำกัดอากาศ (Pyrolysis) จะทำให้ได้ ถ่านไบโอชาร์ (Biochar) ซึ่งมีคุณสมบัติโดดเด่นหลายด้าน
- ฟื้นฟูโครงสร้างดิน: โครงสร้างรูพรุนมหาศาลของไบโอชาร์ ทำหน้าที่เสมือนฟองน้ำธรรมชาติที่ช่วยอุ้มน้ำและกักเก็บธาตุอาหารในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ลดต้นทุนปุ๋ยเคมี: รูพรุนเหล่านี้เป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ดินที่มีประโยชน์ ช่วยให้ระบบรากพืชดูดซึมสารอาหารได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยของเกษตรกร
- กักเก็บคาร์บอนลงดิน (Carbon Sequestration): คาร์บอนที่ถูกเปลี่ยนเป็นไบโอชาร์จะคงตัวอยู่ในดินได้นานนับร้อยปี โดยไม่แตกตัวกลับไปเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศ
- สร้างรายได้เสริมในระดับครัวเรือน: แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้สำหรับคนปลูกต้นไม้ ไม้ด่าง ไม้ฟอกอากาศ หรือนำไปผสมปุ๋ยหมักจำหน่าย สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในท้องถิ่น
การเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการ “ทิ้ง” มาสู่การ “แปรรูป” ขยะอินทรีย์ จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การทำความสะอาดบ้านเรือน แต่คือฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเมืองเพชรบุรีสู่เมืองสีเขียวที่น่าอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืน.


