น้ำประปาชะอำ เทศบาลรับมือน้ำดิบขุ่นเกินเกณฑ์ 200 เท่า เปิดปมข้อจำกัดผันน้ำเข้าอ่าง 1 ล้าน ลบ.ม.
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2569 กองการประปา เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำดิบที่ใช้สำหรับกระบวนการผลิตน้ำประปาในพื้นที่ หลังตรวจพบค่าความขุ่นพุ่งสูงเกินกว่า 1,000 NTU ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำประปาปลอดภัยกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 5 NTU ส่งผลให้อุปกรณ์ตรวจวัดแสดงผลเตือนระดับ “Overrange” หรือเกินพิกัดการวัดสูงสุด
ระดับความขุ่นที่สูงกว่าเกณฑ์ปกติมากกว่า 200 เท่า ทำให้โรงผลิตน้ำประปาจำเป็นต้องปรับเพิ่มสารช่วยตกตะกอนในปริมาณสูงเพื่อเร่งบำบัดน้ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตราการไหลและคุณภาพน้ำประปาในบางพื้นที่ชั่วคราว ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากประชาชนถึงความกังวลเรื่องกลิ่นคลอรีนตกค้างและความต่อเนื่องของระบบน้ำประปาชะอำ

ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง อ่างเก็บน้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. กับโควตาน้ำต้นทาง
แม้ฝ่ายบริหารเทศบาลเมืองชะอำจะชี้แจงว่ากำลังเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ แต่คำชี้แจงของเทศบาลได้เผยให้เห็นข้อจำกัดเชิงระบบที่ฝังลึก โดยระบุว่า เทศบาลมีแหล่งกักเก็บน้ำสำรองที่มีความจุมากกว่า 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ทว่าไม่สามารถสำรองน้ำดิบไว้ใช้ได้อย่างเต็มศักยภาพ เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านปริมาณน้ำดิบที่ได้รับจัดสรรจากระบบชลประทาน
ข้อจำกัดดังกล่าวส่งผลให้ระบบประปาของเมืองชายทะเลแห่งนี้ต้องพึ่งพาน้ำดิบที่ไหลผ่านคลองส่งน้ำแบบวันต่อวัน เมื่อเกิดภาวะน้ำหลากหรือฝนตกหนักตอนบนจนน้ำดิบมีตะกอนดินหนาแน่น ระบบจึงขาดน้ำสำรองคุณภาพดีที่จะนำมาสลับใช้เพื่อเจือจางความขุ่นได้ทันท่วงที
เสียงสะท้อนชุมชน กับความมั่นคงของเมืองท่องเที่ยว
ในส่วนของประชาชนในพื้นที่ ปัญหาดังกล่าวถูกมองว่าไม่ใช่เหตุสุดวิสัยที่เพิ่งเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่เป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปีงบประมาณ ทั้งในมิติปริมาณน้ำที่ไม่เพียงพอและความขุ่นของน้ำประปา ผู้ใช้น้ำบางส่วนจึงเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ รวมถึงข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้างเรื่องการบูรณาการจัดการร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.)
สำหรับเมืองชะอำ ซึ่งเป็นทั้งชุมชนที่อยู่อาศัยและเมืองท่องเที่ยวสำคัญของเพชรบุรี ความมั่นคงของระบบประปาถือเป็นหัวใจหลักของเศรษฐกิจท้องถิ่น
การแก้ปัญหาน้ำประปาชะอำในระยะยาวจึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การอัดสารเคมีตกตะกอนเฉพาะหน้า แต่ขึ้นอยู่กับคำถามสำคัญว่า การประสานงานระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกรมชลประทานจะมีกรอบเวลาที่ชัดเจนเพียงใดในการปลดล็อกโควตาน้ำดิบ เพื่อเติมเต็มความจุอ่างเก็บน้ำ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้สามารถทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคงด้านน้ำได้อย่างแท้จริง.
ที่มา:facebook เทศบาลเมืองชะอำ จังหวัดเพชรบุรี


