ตรวจสอบข้อเท็จจริงภาพข่าวน้ำท่วมแก่งกระจานมิดหลังคา

24 ชั่วโมงในแก่งกระจาน จากภาพข่าว “บ้านมิดหลังคา” สู่ความจริงของ 2,000 ครัวเรือนขอบอ่างที่ต้องรับน้ำแทนคนเมือง

รายงานพิเศษ | โดย ทีมเฉพาะกิจ “เขาวังเดลี่”

ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลุ่มน้ำเพชรบุรีเผชิญกับกระแสข้อมูลที่ไหลบ่าไม่แพ้มวลน้ำในเขื่อนแก่งกระจาน ตั้งแต่ภาพข่าวโทรทัศน์ที่สร้างความตื่นตระหนกให้คนท้ายเขื่อน คำแถลงตอบโต้ของหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงตัวเลขปริมาณน้ำที่พุ่งทะลุ 101% จนเริ่มล้นทางระบายน้ำล้น (Spillway)

เบื้องหลังวิวาทะเรื่อง “มุมกล้องและการรายงานข่าว” แท้จริงแล้วคือภาพสะท้อนของความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง เมื่อการปกป้องตัวเมืองเพชรบุรีไม่ให้จมน้ำ ต้องแลกมาด้วยชะตากรรมของชุมชนเหนือน้ำรอบขอบอ่างที่กำลังถูกตัดขาด


วันที่ 29 กันยายน: จุดเริ่มต้นของน้ำท่วมแก่งกระจานและความจริงสองด้าน

12.00 น. | เสียงเตือนจากขอบอ่าง: “ท่วมจริง 5 หลัง และเสี่ยงอีก 2,000 ครัวเรือน”

ก่อนที่ภาพข่าวจะกลายเป็นประเด็นระดับประเทศ ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรีได้ลงพื้นที่สำรวจ บ้านท่าลิงลม หมู่ 3 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน หลังปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแตะระดับ 99.36% (705.457 ล้าน ลบ.ม.) จากความจุสูงสุด 710 ล้าน ลบ.ม.

ในเวลานั้น น้ำในอ่างเริ่มเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนริมน้ำแล้วประมาณ 5 หลังคาเรือน บางจุดระดับน้ำสูงถึงเอว และเพิงริมตลิ่งบางส่วนจมเกือบมิดตัวบ้าน ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูง

นายธนไชย ทรัพย์ศิริ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ้านท่าลิงลม หมู่ 3 เปิดเผยถึงความกังวลว่า ถนนเส้นทางเข้าออกถูกน้ำท่วมจนสัญจรลำบาก และชาวบ้านยังหวั่นเกรงว่าหากระดับน้ำในอ่างยังคงหนุนสูงจนล้นข้ามสันอาคารระบายน้ำล้น (Spillway) มากขึ้น ปริมาณน้ำรอบอ่างอาจดันตัวสูงขึ้นอีกราว 1 เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบขยายวงกว้าง

(ทั้งนี้ ทางระบายน้ำล้นของเขื่อนแก่งกระจานเป็นโครงสร้างสันฝายคอนกรีตแบบน้ำล้นอิสระ ไม่มีบานประตูควบคุม โดยน้ำส่วนเกินจะไหลล้นข้ามสันลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีเองโดยธรรมชาติตามระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น)

17.35 น. | ภาพข่าวหน้าจอทีวี: ชนวนความเข้าใจคลาดเคลื่อน

ห้าชั่วโมงต่อมา รายการข่าวเย็นทางสถานีโทรทัศน์ช่องกระแสหลักได้เผยแพร่ภาพระดับน้ำท่วมสูงชิดแนวหลังคา พร้อมพาดหัวถึงสถานการณ์น้ำอ่างแก่งกระจานไหลทะลักท่วมชุมชนมิดหลังคา

การใช้มุมกล้องกดระดับต่ำถ่ายเจาะเฉพาะสิ่งปลูกสร้างชั้นต่ำสุดริมน้ำโดยขาดบริบททางภูมิศาสตร์ ทำให้ผู้ชมจำนวนมากเข้าใจไปว่า เป็นผลกระทบจากการที่เขื่อนเร่งระบายน้ำมหาศาลจนเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อน ความกังวลแพร่กระจายไปทั่วอำเภอท้ายน้ำ เช่น ท่ายาง บ้านลาด และเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรีในทันที


วันที่ 30 กันยายน: เมื่อรัฐชี้แจง และความช่วยเหลือต้องนั่งเรือไปหา

ช่วงเช้า | ชลประทานออกเอกสารข่าวแจกโต้: “ไม่ใช่ท้ายน้ำ แต่เป็นแนวกันเขตอ่าง”

เพื่อสยบความตื่นตระหนกของประชาชน สำนักงานชลประทานที่ 14 ได้ออกเอกสารข่าวแจกอย่างเป็นทางการ พร้อมแนบภาพเปรียบเทียบระหว่างภาพข่าวโทรทัศน์กับสภาพพื้นที่จริง โดยยืนยันว่า

  • ไม่ใช่พื้นที่ท้ายเขื่อน: โครงสร้างที่ปรากฏในข่าวเป็นเพิงพักและท่าเรือริมน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ บ้านท่าลิงลม ซึ่งตั้งอยู่ “ภายในแนวกันเขตของอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน” ไม่ใช่ชุมชนริมแม่น้ำเพชรบุรีด้านท้ายน้ำ
  • การระบายน้ำยังคุมได้: เขื่อนแก่งกระจานระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเพชรบุรีอยู่ที่ประมาณ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังไม่ส่งผลกระทบต่อตลิ่งท้ายน้ำ
  • การแจ้งเตือนแนวเขต: ชลประทานระบุว่าได้แจ้งเตือนผู้ที่เข้ามาอยู่อาศัยในแนวกันเขตมาโดยตลอดว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยตามธรรมชาติในช่วงฤดูน้ำหลาก พร้อมยืนยันว่าพื้นที่อยู่อาศัยหลักบนเนินดินด้านหลังยังไม่ได้รับผลกระทบ
เอกสารข่าวแจกจากสำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงกรณีภาพข่าวน้ำท่วมสิ่งปลูกสร้างริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน พร้อมภาพถ่ายเปรียบเทียบสภาพพื้นที่จริง
เอกสารข่าวแจกจากสำนักงานชลประทานที่ 14 ชี้แจงกรณีภาพข่าวน้ำท่วมสิ่งปลูกสร้างริมอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน พร้อมภาพถ่ายเปรียบเทียบสภาพพื้นที่จริง (คลิกที่ภาพเพื่อเปิดดูเอกสารขนาดเต็ม)

10.00 น. | มิติทางมนุษยธรรม: นั่งเรือส่งเสบียงถึงบันไดบ้าน

แม้ในทางกฎหมายจะระบุว่าเป็นพื้นที่แนวกันเขต แต่ในความเป็นจริง ผู้คนที่นั่นกำลังเผชิญกับการถูกตัดขาดเส้นทางสัญจรจริง

นายเกริกศักดิ์ ลีนานนท์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน จึงได้มอบหมายให้ นางสาวสุนทรี สมทบ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ นั่งเรือท้องแบนลงพื้นที่หมู่ 3 บ้านท่าลิงลม เพื่อแจกจ่ายน้ำดื่มและอาหารสำเร็จรูปถึงบันไดบ้าน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าแก่ชาวบ้านที่สัญจรทางบกไม่ได้

เจ้าหน้าที่ชลประทานลงเรือช่วยเหลือชาวบ้านท่าลิงลม แก่งกระจาน
สำนักงานชลประทานที่ 14

12.00 น. | น้ำทะลุ 101%: สิ่งที่ชาวบ้านกังวลกลายเป็นจริง

ข้อมูลทางการจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดเพชรบุรี ณ เที่ยงวัน ยืนยันว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนแก่งกระจานพุ่งแตะ 101.14% (718.16 ล้าน ลบ.ม.) ระดับน้ำอยู่ที่ +99.18 ม.รทก. และระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้นเฉลี่ยชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร

และสิ่งที่ชาวบ้านกังวลได้เกิดขึ้นจริง เมื่อน้ำเริ่มไหลล้นข้ามทางระบายน้ำล้น (Spillway) แล้วในอัตรา 5 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (รวมกับท่อ River Outlet อีก 95 ลบ.ม./วินาที รวมเป็นการระบาย 100 ลบ.ม./วินาที) ซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำรอบขอบอ่างหนุนตัวสูงขึ้นตามที่ชุมชนคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

รายงานสถานการณ์น้ำ จังหวัดเพชรบุรี ประจำวันที่ 30 กันยายน 2569

ภาพสะท้อนเชิงโครงสร้าง “คนขอบอ่างจม เพื่อให้คนเมืองรอด”

เมื่อกางแผนที่ชลศาสตร์ของลุ่มน้ำเพชรบุรี จะเห็นภาพความย้อนแย้งที่ชัดเจน:

  • คนท้ายเขื่อนยังปลอดภัย: เขื่อนเพชรทำหน้าที่ทดน้ำและตัดยอดน้ำเข้าระบบคลองชลประทาน 83 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีน้ำไหลผ่านลงแม่น้ำเพชรบุรีเพียง 78 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีที่ไหลผ่าน อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด และ อ.เมืองเพชรบุรี ยังต่ำกว่าตลิ่ง 2–5 เมตร และมีแนวโน้มลดลง
  • คนเหนือน้ำแบกรับมวลน้ำ: ด้วยขีดจำกัดของลำน้ำด้านล่างที่รับการระบายได้จำกัด เขื่อนแก่งกระจานจึงต้องควบคุมอัตราการระบายไว้ที่ 100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้มวลน้ำส่วนเกินหนุนสูงจนเกินความจุอ่าง 101% และทำให้น้ำเอ่อท่วมชุมชนริมอ่างอย่างบ้านท่าลิงลม กลายเป็นด่านหน้าที่ต้องแบกรับระดับน้ำแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อาคารระบายน้ำล้น สปิลเวย์ เขื่อนแก่งกระจาน สันฝายน้ำล้นอิสระ
สำนักงานชบประทานที่ 14

บทเรียนจากการรายงานข่าวภัยพิบัติ

เหตุการณ์ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มอบบทเรียนสำคัญต่อการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไทย

  • อันตรายของภาพมุมแคบ: การนำเสนอภาพความเสียหายเฉพาะจุดโดยตัดขาดบริบทเชิงภูมิศาสตร์ ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นตระหนกเกินจริงให้กับคนท้ายเขื่อน แต่ยังเปลี่ยนข้อเท็จจริงของการบริหารน้ำให้กลายเป็นดราม่า
  • การมองข้ามเสียงของคนตัวเล็ก: เมื่อข่าวโฟกัสอยู่แค่ว่า “ท่วมมิดหลังคาจริงหรือไม่” เสียงเตือนเรื่องความเสี่ยงของ 8 หมู่บ้าน กว่า 2,000 ครัวเรือนรอบอ่างฯ และความเดือดร้อนเรื่องเส้นทางสัญจรที่ถูกตัดขาด กลับถูกมองข้ามไป

ในวันที่เขื่อนแก่งกระจานยังคงต้องแบกรับมวลน้ำเกินความจุ การรายงานข่าวอย่างเป็นธรรมและรอบด้าน จึงไม่ใช่แค่การเลือกว่าจะใช้ภาพมุมไหน แต่คือการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความจริงเพื่อให้คนท้ายน้ำตระหนักรู้โดยไม่ตระหนก และทำให้ชุมชนขอบอ่างที่กำลังแบกรับน้ำ ได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะผู้เสียสละของลุ่มน้ำ.

อ่านคำชี้แจงเพิ่มเติม: สำนักงานชลประทานที่ 14

ข้อมูลประกอบการรายงาน / แหล่งอ้างอิง:

  • เอกสารข่าวแจก เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการนำเสนอข่าว “น้ำอ่างแก่งกระจาน ไหลทะลักท่วมชุมชนมิดหลังคา” โดย ฝ่ายประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน สำนักงานชลประทานที่ 14 (30 กันยายน 2569)
  • ข้อมูลสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำล้นทางระบายน้ำ (Spillway) โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแก่งกระจาน
  • รายงานติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการแจ้งเตือนภัย กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเพชรบุรี (กอปภ.จ.เพชรบุรี)

บทความยอดนิยม

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง