คนเพชรบุรีถามซ้ำ! งบ 1.4 หมื่นล้าน “เกาถูกที่คันหรือไม่?” ชี้เมืองเพชรแล้งหนัก-น้ำท่วมลงทะเลไว

กระแสตอบรับหลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณ 14,700 ล้านบาท สำหรับโครงการบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรีตอนล่าง ระยะเวลา 10 ปี โดยมีไฮไลต์คือการขุดคลองระบายน้ำสายใหม่ยาวเกือบ 40 กิโลเมตรเพื่อตัดน้ำลงสู่อ่าวไทย ยังคงเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างน่าสนใจ ในกลุ่มเพจข่าวและสื่อท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรี

จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ พบว่าส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกยินดีกับงบประมาณก้อนโต แต่กลับตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมาถึง “ความจำเป็น” และ “ความคุ้มค่า” โดยสามารถสรุปประเด็นสะท้อนสังคมได้เป็น 4 มิติหลัก ดังนี้:

1. “เกาไม่ถูกที่คัน” — เพชรบุรีแห้งแล้งหนัก แต่กลับสร้างคลองระบายน้ำทิ้ง ชาวบ้านและเกษตรกรหลายอำเภอ เช่น อำเภอหนองหญ้าปล้อง สะท้อนตรงกันว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของเพชรบุรีในปัจจุบันไม่ใช่ “น้ำท่วม” แต่คือ “ภัยแล้ง” น้ำสำหรับทำเกษตรกรรมไม่พอเพียง และน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีแห้งขอด ประชาชนมองว่าการอัดงบ 1.4 หมื่นล้านบาทเพื่อขุดคลองระบายน้ำลงทะเลเป็นการเสียเปล่า ควรนำงบไปสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ อ่างเก็บน้ำ หรือแก้มลิง เพื่อสำรองน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งจะตอบโจทย์วิถีชีวิตมากกว่า

2. ระบบเดิมเอาอยู่แล้ว? — มีทั้งเขื่อนริมฝั่งและคลอง D9 คนพื้นที่หลายรายระบุว่า ในเขตตัวเมืองเพชรบุรีมีการสร้างเขื่อนปูนป้องกันน้ำท่วมริมฝั่งแม่น้ำไปแล้ว และตั้งแต่มีการขุด “คลอง D9” เพื่อช่วยระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยทางฝั่งหาดปึกเตียน ปัญหาน้ำท่วมเมืองเพชรบุรีก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ถึงมีน้ำท่วมขังก็ระบายลงทะเลได้อย่างรวดเร็วภายใน 2–3 วัน การทุ่มงบขุดคลองระบายน้ำสายใหม่อีกเส้นจึงถูกมองว่าเป็นโครงการที่ “ซ้ำซ้อน” และการสร้างเขื่อนปูนเพิ่มเติมอาจส่งผลกระทบต่อทัศนียภาพทางธรรมชาติ

3. แนะนำโยกงบช่วย “พื้นที่ท่วมซ้ำซาก” ระดับประเทศ ชาวเน็ตและคนในพื้นที่จำนวนมากแสดงความคิดเห็นเปรียบเทียบว่า จังหวัดอื่นๆ เช่น พระนครศรีอยุธยา, เชียงใหม่, น่าน หรือหาดใหญ่ ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักและสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาลทุกปี เหตุใดรัฐบาลจึงไม่นำงบประมาณหมื่นล้านไปแก้ปัญหาให้พื้นที่เหล่านั้นก่อน แต่กลับนำมาลงที่เพชรบุรีซึ่งไม่ได้ประสบอุทกภัยรุนแรงมานานนับสิบปี

4. ข้อสังเกตเรื่องความคุ้มค่าและการจัดสรรงบประมาณ นอกจากประเด็นเชิงเทคนิคแล้ว ยังมีเสียงสะท้อนและข้อสังเกตจากประชาชนถึงความคุ้มค่าในการเวนคืนที่ดินและการใช้งบประมาณก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเกรงว่าประโยชน์อาจตกอยู่กับกลุ่มทุนผู้รับเหมามากกว่าเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อนจากภัยแล้งจริง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการขยายคลองเดิมที่มีอยู่ (คลองสาย 1-2-3) แทนการเวนคืนและขุดคลองใหม่บนพื้นที่ดอน

เสียงสะท้อนของชาวเพชรบุรีในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึง “ภาวะรอยต่อที่ไม่ตรงกัน” ระหว่างการวางแผนโครงการขนาดใหญ่จากศูนย์กลาง กับความต้องการจริงของคนในท้องถิ่น ซึ่งต้องการแก้ปัญหาปากท้องและภัยแล้งมากกว่าการป้องกันอุทกภัยที่ไม่ค่อยเกิดขึ้น โจทย์ใหญ่ของกรมชลประทานและรัฐบาลหลังจากนี้ คือการเร่งชี้แจงสร้างการรับรู้ และปรับแผนงานให้ตอบโจทย์เรื่องการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่การขุดคลองเพื่อระบายน้ำทิ้งลงทะเลเพียงอย่างเดียว

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวอยู่ระหว่างการประสานงานกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอคำชี้แจงถึงรายละเอียดโครงการ แผนการบรรเทาภัยแล้ง และแนวทางการกักเก็บน้ำเพื่อประโยชน์ของประชาชนในพื้นที่ต่อไป.

📌 “มีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? เข้ามาแลกเปลี่ยนกัน และประเด็นเกาะติดอื่นๆ ต่อได้ที่เพจหลัก https://www.facebook.com/kwdaily/

บทความยอดนิยม

ติดตามเรา

ค้นพบเพิ่มเติม
กำลังโหลดเนื้อหา...

เรื่องที่เกี่ยวข้อง