‘ข้าวห่อกะเหรี่ยง’ เดือนเก้า เทศกาลที่ด้ายแดงและหน้ากระฉีก เรียกคนไกลบ้านกลับมาล้อมวง
ถ้าพูดถึงของกินเมืองเพชร หลายคนอาจนึกถึงขนมหม้อแกง ก๋วยเตี๋ยวน้ำแดง หรือกล้วยหอมทอง แต่พอเข้าช่วงหน้าฝนเดือนเก้า (สิงหาคม–กันยายน) แถวหนองหญ้าปล้องกับแก่งกระจาน จะมีอีกหนึ่งกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลม นั่นคือกลิ่นใบผากต้มสุกของ “ประเพณีกินข้าวห่อกะเหรี่ยง” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “อั้งหมี่ถ่อง”
นี่ไม่ใช่งานบุญธรรมดา แต่มันคือ “เทศกาลรวมญาติแห่งขุนเขา” วันที่คนเฒ่าคนแก่ใช้กลิ่นข้าวเหนียวกับด้ายสีแดง กวักมือเรียกลูกหลานที่ออกไปสู้ชีวิตในเมือง ให้กลับมารับพลังใจและกินข้าวพร้อมหน้ากันปีละหน
กินข้าวห่อกะเหรี่ยงให้อร่อย ต้องรู้สูตรลับฉบับคนกะเหรี่ยง
“ข้าวห่อ” ดูเผินๆ หน้าตาคล้ายขนมจ้างหรือบะจ่าง แต่รสชาติและฟีลลิ่งต่างกันลิบ:
- ใบผากหอมฟุ้ง: พืชตระกูลไผ่ยอดฮิตในป่าเพชรบุรี นำมาม้วนเป็นกรวย กรอกข้าวเหนียวดิบลงไป แล้วมัดตอกให้แน่น ต้มในน้ำเดือดนานกว่า 3 ชั่วโมงจนเหนียวนุ่ม
- ยอดข้าวห่อ: ท่อนไม้ไผ่ที่ซอยเป็นเส้นตอกแล้วผูกข้าวเหนียวเป็นพวงโตๆ พวงละ 27 ห่อขึ้นไป บ้านไหนลูกหลานเยอะ พวงข้าวห่อก็ยิ่งใหญ่
- จิ้มหน้ากระฉีก: จุดเด่นคือข้าวเหนียวจะไม่มีรสเค็ม แต่กินคู่กับ “หน้ากระฉีก” มะพร้าวขูดคั่วเคี่ยวน้ำตาลโตนดเมืองเพชร หวานๆ มันๆ เคี้ยวเพลินจนหยุดไม่อยู่
ตีปี๊บไล่ซวย ผูกข้อมือเรียกขวัญ
จุดไคลแม็กซ์ที่สนุกและอบอุ่นที่สุดของงานนี้ แบ่งเป็น 2 จังหวะ
- ค่ำวันต้ม (ไล่สิ่งไม่ดี): พอค่ำปุ๊บ ทุกบ้านจะได้ยินเสียงแม่เฒ่าเคาะหัวบันไดบ้าน พร้อมเสียงเคาะปี๊บ จุดประทัด ตีเกราะเคาะไม้ดังสนั่นไปทั้งหมู่บ้าน เพื่อขับไล่สิ่งไม่ดีไม่ให้เข้าใกล้เรือน
- เช้าตรู่รับขวัญ (ด้ายแดงแห่งรัก): ตีห้าตรง ลูกหลานจะมานั่งล้อมวง แม่เฒ่าจะเอาด้ายแดงจุ่มน้ำมนต์มาลูบแขน ผูกข้อมือให้ลูกสาวก่อนลูกชาย พร้อมท่องคำเรียกขวัญให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว เศษด้ายที่เหลือก็เอาไปวางบนหัว ใครเกิดเดือนเก้าแถมพิเศษ ผูกให้ทั้งมือและเท้าแก้เคล็ด
ของในพาน ไม่ได้มีไว้โชว์ แต่มีความหมายลึกซึ้ง
| ของในพิธี | ความหมายที่ซ่อนอยู่ |
| พวงข้าวห่อ | คนในบ้านต้องรักและเกาะกลุ่มกันแน่นเหนียวเหมือนข้าว |
| ด้ายแดง | ความบริสุทธิ์ใจ และเกราะคุ้มกันภัยจากสิ่งชั่วร้าย |
| กล้วย & อ้อย | ชีวิตหวานชื่น เผ่าพันธุ์แตกหน่อเติบโตไม่มีที่สิ้นสุด |
| ดอกไม้ & ข้าวสุก | กตัญญูต่อรากเหง้า และอิ่มหนำสำราญตลอดทั้งปี |
ความอบอุ่นที่ไม่เคยเปลี่ยนตามยุคสมัย
ถึงวันนี้หลายบ้านจะเริ่มซื้อใบตองหรือใช้น้ำตาลทรายแทนของป่า และมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาสัมผัสบรรยากาศกันมากขึ้น แต่หัวใจของ “อั้งหมี่ถ่อง” ก็ยังเหมือนเดิม
มันคือข้ออ้างที่น่ารักที่สุด ที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายจะได้กอดลูกหลาน ได้ผูกด้ายแดงอวยพรให้เดินทางปลอดภัย และเตือนใจคนทำงานเหนื่อยๆ ว่า… “ไม่ว่าจะเจอมรสุมอะไรมา ที่บ้านยังมีข้าวห่ออุ่นๆ รออยู่เสมอ”


